แสดงกระทู้ - siritidaphon
แม็ก ยาง ราคาพิเศษ

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคนที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน

เพราะเวลาแต่งหน้าออกมาทีไรก็จะดูไม่เนียนใส แถมยังเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ง่าย นี่แหละจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องมองหาวิธีกำจัดรูขุมขนกว้างให้กระชับและเล็กลง ทั้งนี้กระปุกดอทคอมเองก็เข้าใจถึงหัวอกของคุณสาว ๆ ดีค่ะ จึงได้นำวิธีจัดการปัญหารูขุมขนกว้างมาให้สาว ๆ ได้ลองเอาไปใช้กันดู ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น

โดยในตอนเช้าและตอนเย็น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง จากนั้นทำความสะอาดตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก และทำบ่อย ๆ รูขุมขนก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้นอีกด้วย

2. ประคบน้ำแข็ง

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ให้ใช้น้ำแข็งก้อนประคบบนใบหน้าและบริเวณรูขุมขนประมาณ 2-3 นาที จะช่วยทำให้รูขุมขนตึงกระชับมากขึ้น และถ้าหากทำบ่อย ๆ รูขุมขนจะเล็กลงจนสังเกตเห็นได้ชัด

3. ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้า

หลังล้างหน้าทุกครั้งให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะถ้าหากใบหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง และหน้าก็จะดูใสขึ้นด้วย

4. มาสก์หน้าด้วยแตงกวากับน้ำผึ้ง

นำแตงกวามาปอกเปลือกสับให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้

5. เช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาว

นำมะนาวสดมาผ่าครึ่ง บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นให้นำสำลีมาชุบและทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาทีแล้วล้างออก น้ำมะนาวจะช่วยกระชับให้ผิวหน้าเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์



รูขุมขนกว้าง ทำไงดี ? โบกมือลาด้วย 6 วิธีนี้สิ ! ได้ผลชัวร์ ทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

2
หัวหินมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เราได้เลือกกินมากมาย แต่จะมีสักกี่ร้านที่เราจะมั่นใจได้ว่าหากมากินร้านเหล่านี้จะไม่ผิดหวัง มาเริ่มกันเลย

1. ร้านเจ๊เขียวซีฟู้ด

ร้านอาหารขึ้นชื่อของหัวหิน ร้านตั้งอยู่ทางไปเขาตะเกียบเลยตลาดจั๊กจั้นไปประมาณ 1 กิโลเมตรอยู่ทางซ้ายมือ ร้านเจ๊เขียวเป็นร้านริมทะเลรสชาติจัดจ้านตามสไตร์พื้นบ้านขนานแท้สูตรดั้งเดิม อาหารทะเลสดๆ ให้ได้เลือกทานมากมาย เรียกได้ว่าอยากทานเมนูไหนที่นี่เค้ามีให้ทุกอย่าง อาหารในร้านอร่อยทุกอย่างจนเลือกสั่งไม่ถูกเลยทีเดียว

ถ้าเรื่องซีฟู้ดคงต้องยกนิ้วให้ร้านเจ๊เขียว เป็นอีก 1 ร้านที่มาหัวหินแล้วควรแวะมาทานค่ะ ถ้ามาช่วงวันหยุดคนจะเยอะพอสมควร ต้องมีพนักงานมาคอยจัดคิวกันเลยทีเดียว เชียวแหละ

ที่อยู่ : ซอย หนองแก-ตะเกียบ หนองแก , หัวหิน , ประจวบคีรีขันธ์ 77110



2. ร้านอาหารปลาทู

ร้านอาหารที่ได้ชื่อว่า ”Best on the Beach” ดีที่สุดของชายหาดชะอำมีอาหารให้เลือกทั้งอาหารทะเลสดๆอาหารไทยพื้นบ้าน คุณภาพความสดสะอาดรสชาติเป็นเยี่ยม ออกรายการ หมึงแดง ไม่ลองไม่รู้ และนักชิมชื่อดังจากหนังสือพิมพ์ต่างๆง,นิตยสารและทีวีหลายๆช่อง

ที่อยู่ : 241/44 ถนนร่วมจิตต์ (ริมหาดบ้านกรูด) ชะอำ , ชะอำ , เพชรบุรี 76120

เบอร์โทรศัพท์ : 032-508-175

3. ร้านชมทะเล ซีฟู้ด

ร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆริมชายหาดส่วนตัว ร้านนี้เป็นร้านที่มีบรรยากาศแตกต่างกว่าใครนั้นคือชายหาดส่วนตัว เงียบสงบ ชายหาดขามสะอาด และมีจดถ่ายรูปที่สวยงาม ร้านชมทะเลเหมาะแก่การมาพักผ่อนแบบครอบครัวและแบบคู่ ที่ร้านชมทะเล มีที่นั่งให้คุณสามารถเลือกได้ตามชอบด้านในร้านหรือจะนั่งรับลม สูดกลิ่นอายของทะเลที่ริมหาดก็มีให้

ที่อยู่ : 1341/10 ถนนเพชรเกษม ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี



4. ร้านชาวเล ซีฟู้ด หัวหิน

ร้านอาหารทะเลริมหาด บรรยากาศดี อาหารอร่อย ราคาไม่แพง การตกแต่งเรียบง่าย เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง ชาวเล ซีฟู้ด ถือเป็นอีกร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลอีกที่หนึ่ง ร้านชาวเล ซีฟู้ด ร้านเป็นแบบเปิดโล่ง มองเห็นวิวทะเลแบบใกล้ชิดพร้อมนั่งรับลมเย็นๆ บรรยากาศ ดีเวอร์ และถือได้ว่าร้านนี้เป็นเจ้าแรกที่ทำระเบียงยื่นลงไปในทะเล พร้อมทั้งคิดสูตรปลาทอดราดน้ำปลา ซึ่งเป็นจานเด่นห้ามพลาดเด็ดขาด

ที่อยู่ : ซอย เดชานุชิต (เข้าซอย หัวหิน 57 ตรงมาสุดซอย) หัวหิน , หัวหิน , ประจวบคีรีขันธ์ 77110



5. บ้านใกล้วัง หัวหิน

มาถึงหัวหินก็ต้องแวะไปร้านนี้ร้านเค้กชื่อดังที่อยู่คู่เมืองหัวหินมาหลายปี บ้านใกล้วังเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่ตกแต่งเป็นร้านกาแฟสุดเก๋ ที่ร้านมีกาแฟ ชา และเค้กและเบเกอรี่ให้ได้เลือกทานมากมาย บรรยากาศของร้านนั่งสบาย เหมาะกันการนั่งจิบชา กาแฟที่กินแบบไม่ต้องรีบร้อน แถมมีมุมถ่ายรูปสวยๆหลายมุมแนะนำให้มาช่วงเย็นๆบรรยากาศดีไม่ร้อนมาก

บ้านใกล้วัง หัวหินถือเป็นกาแฟและขนมหวานชื่อดังอีกร้านที่หากมาเที่ยวหัวหินควรแวะอีกหนึ่งร้าน แล้วจะรู้ว่าเค้กของที่นี่เนื้อนุ่มขนาดไหน บ้านใกล้วัง กลายมาเป็นแลนมาร์คหัวหิน ไม่มาลองเหมือนมาไม่ถึง

ที่อยู่ : 11 ซอยหัวหิน 51 ถนนแนบเคหาสน์ ต.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน



6. ร้านรับลม

บรรยากาศสุดชิลริมชายหาด พร้อมอาหารทะเลสดๆและอาหารไทยต้นตำรับ รอให้คุณมาลิ้มลอง! รสชาติความอร่อยและสดสะอาดของอาหารทะเลที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีทำให้ ร้านรับลม เป็นที่พูดถึงมานานหลายปี

ที่อยู่ : หัวหิน 19 (กลางซอยหัวหิน19) หัวหิน , หัวหิน , ประจวบคีรีขันธ์ 77110


ร้านอาหาร บรรยากาศสุดชิลริมชายหาด ไม่ควรพลาด!! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

3
ประตูตู้อาบน้ำหรือห้องอาบน้ำนั้น มักจะมีคราบสบู่ติดอยู่ การล้างทำความสะอาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งใช้ไปนาน ๆ ประตูสวย ๆ ใส ๆ ก็กลายเป็นขุ่นมัวดูไม่สะอาดน่าใช้เหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ หากเรารู้วิธีในการดูแลทำความสะอาด คราบสบู่ คราบน้ำเหล่านั้น ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะนอกจากจะทำความสะอาดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้คราบเหล่านั้นกลับมาใหม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

เบกกิ้งโซดา
น้ำส้มสายชูขาว
ช้อน และภาชนะเล็ก ๆ
ฟองน้ำล้างจาน
ที่เช็ดกระจกแบบฟองน้ำ ขนาด 10 นิ้ว
ที่เช็ดกระจกแบบยาง ขนาด 12 นิ้ว
Rain-X แบบ 2 อิน 1 ที่ใช้สำหรับกันไม่ให้น้ำฝนเกาะกระจก
ผ้าเช็ดมือ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มกระบวนการทำความสะอาดได้เลย ดังนี้

ทำความสะอาดพื้นผิว จากนั้นก็ใช้เบกกิ้งโซดา ผสมกับน้ำส้มสายชู ทาบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที น้ำส้มสายชูนั้นเป็นกรด แต่ก็สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการทำความสะอาดได้ดี กรดในน้ำส้มสายชูนี้จะช่วยขจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ดี ส่วนเบกกิ้งโซดานั้นเป็นโซเดียม คาร์บอเน็ต เมื่อนำมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะกลายเป็น กรดคาร์บอนิค ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับส่วนผสมของน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดานั้น ให้ใช้เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่ลงในภาชนะเล็ก ๆ แล้วใส่น้ำส้มสายชูลงไป ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน

ใช้ฟองน้ำล้างจานชุบส่วนผสม แล้วทาลงบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที


วิธีทำความสะอาดคราบสบู่ออกจากประตูห้องอาบน้ำ สุขภัณฑ์ การทำความสะอาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

4
เป็น ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ชนิดผง ที่มีการพัฒนานำเอากลุ่มสายพันธ์ จุลินทรีย์ ที่พร้อม ผลิตเอนไซม์ย่อยสลาย ได้หลายชนิดมาอยู่รวมกัน

เพื่อนำไปใช้ในการ เร่งกระบวนการย่อยสลาย และ การหมักวัสดุอินทรีย์ทุกประเภท ทั้งจากแป้ง โปรตีน ไขมัน เส้นใยพืช ผลไม้ หรือวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ หลังจากการใช้เบสท์ ดีเอ็ม เร่งกระบวนการ ย่อยสลายสารอินทรีย์ แล้วจะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพ สารปรับปรุงดิน น้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนพืช น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง น้ำชีวภาพฆ่าหญ้า น้ำชีวภาพกำจัดศัตรูพืช น้ำชีวภาพไล่แมลง หรือวัสดุอื่นที่มีประโยชน์เพื่อการนำไปปรับปรุงคุณภาพดิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช

การใช้งาน หัวเชื้อจุลทรีย์ เบสท์ ดีเอ็ม
เหมาะสมสำหรับการใช้งานจาก ชุมชน สู่องค์กร และอุตสาหกรรม รวมทั้งหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้แก่ บ้านเรือน ชุมชน กลุ่มเกษตรกร ร้านอาหาร ตลาดสด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์ขนถ่ายขยะ บ่อฝังกลบขยะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ) เหมาะสมสำหรับนำไปส่งเสริมโครงการ Zero Waste แปลงขยะเป็นประโยชน์ นำไปรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้อินทรีย์ (ขยะอินทรีย์) เปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนดูแล และ จัดการขยะ จัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน ด้วยตนเอง การนำเบสท์ ดีเอ็มไป จัดการขยะอินทรีย์ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ นำมาซึ่งการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ลดต้นทุนทางการเกษตร และส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข้ง พึ่งพาตนเองได้ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คุณสมบัติและข้อเด่นของ เบสท์ ดีเอ็ม ที่ดีกว่า
– เบสท์-ดีเอ็ม สามารถนำไปใช้ใน การหมักวัสดุอินทรีย์ ได้ทุกชนิด ทั้ง พืช สัตว์ ผลไม้ กลุ่มเส้นใย ฟางข้าว ผักตบชวา สมุนไพร มูลสัตว์ ใบไม้ กิ่งไม้ เป็นต้น (ขณะที่จุลินทรีย์เพื่อการหมักชนิดอื่น ต้องแยกเป็นแต่ละชนิด เพื่อการหมักแต่ละประเภท)

– กระบวนการหมัก ด้วยเบสท์-ดีเอ็ม ทำได้ สะดวก ง่าย ประหยัดเวลา และเห็นผลไว ไม่ต้องใช้กากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทราย เป็นตัวกระตุ้นหรือเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์เติบโตก่อน โดยจุลินทรีย์ในเบสท์-ดีเอ็ม สามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ทำหารหมักได้ทันทีเมื่อเริ่มต้นกระบวนการหมัก และการหมักสามารถทำงานได้ทั้งระบบมีอากาศ และ ระบบไม่มีอากาศ สามารถนำไปหมักทั้งในสภาวะเป็นของแข็งและของเหลว


การใช้งาน หัวเชื้อจุลทรีย์ เพื่อนำไปใช้ในการ เร่งกระบวนการย่อยสลาย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

5
 เมนูหมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง อาหารเวียดนาม ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง จับสามเกลอทั้งซี่โครงหมูอ่อน หมูสามชั้น และกุ้งสดมาทำเมนูอร่อยเหมาะทำเป็นเมนูเพิ่มพลังยามเที่ยง เสิร์ฟกับข้าวสวย บะหมี่ หรือกินเป็นกับแกล้มก็แซ่บเว่อร์

          แม้ว่าอาหารเวียดนามจะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพเพราะใส่พืชผักและสมุนไพรหลากหลาย แต่สำหรับคนอยากจัดเต็มเนื้อสัตว์ ไม่ขอจานผักเลย ก็สามารถหาเมนูอาหารเวียดนามกินได้เหมือนกันนะ วันนี้ขอแนะนำเมนูหมูและกุ้งต้มซีอิ๊ว ที่จะมาเสิร์ฟอาหารเวียดนามเพื่อเพิ่มกำลังวังชายามเที่ยงได้สุดพลัง แต่บอกไว้เลยว่า ไม่เหมาะสำหรับคนอยากลดน้ำหนักอย่างแรง เพราะจัดเต็มทั้งซี่โครงหมู หมูสามชั้น และยังเพิ่มกุ้งเข้าไปอีก นำลงไปตุ๋นจนความหวานจากเนื้อทุกชิ้นได้ซึมออกมาทางน้ำซุป แถมเนื้อหมูยังเปื่อยนุ่มแทบละลายในปากเชียวล่ะ


          หมูสามชั้น ซี่โครงหมูอ่อน และกุ้งสด นำมาต้มซีอิ๊ว เป็นอาหารของชาวเวียดนาม จุดหลักอยู่ที่การเอากุ้งมาเพิ่มรสชาติของหมู เพราะกุ้งมีสารกลูตาเมตเยอะ หรือมีรสอูมามิสูงกว่าหมู แต่หมูมีไขมันทำให้อาหารอร่อย เพราะไขมันจะไปเคลือบที่ลิ้น ทำให้รสชาติอาหารติดอยู่บนลิ้นได้นาน อาหารรายการนี้ใช้ซี่โครงหมูอ่อน แต่เสริมด้วยหมูสามชั้นเพื่อให้มีไขมันเพิ่ม รสชาติอาหารจะได้อร่อยขึ้น

 ส่วนผสม

           ซี่โครงหมูอ่อน 1 กิโลกรัม
           หมูสามชั้น 1/2 กิโลกรัม
           กุ้งสด 1/2 กิโลกรัม
           หอมใหญ่ซอย 3/4-1 ถ้วย
           น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วหวาน (ตราจี้แซ จากนครสวรรค์)
           ซีอิ๊วขาว
           เหล้าจีน 1/2 ถ้วย
           น้ำร้อน

วิธีทำ

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

         นำซี่โครงหมูอ่อนมาสับเป็นชิ้นเล็กและหั่นหมูสามชั้นขนาด 3 x 3 เซนติเมตร ใช้กรรไกรมาปอกเปลือกด้านบนของตัวกุ้งเพื่อให้แกะกุ้งได้ง่ายขึ้น (ไม่ต้องปอกเปลือกกุ้ง)

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

        นำหอมใหญ่ไปผัดกับน้ำมันพืชด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาทีจนเนื้อหอมใหญ่สุกใส จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไปผัดจนสุก เสร็จแล้วตักหมูสามชั้นขึ้น พักไว้



เมนูอาหาร หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง อาหารเวียดนามอร่อยขั้นเทพ เมนูอร่อยเพิ่มพลัง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

6
วันหยุดเอาใจคนชอบกินอาหารเพื่อสุขภาพ กันสักหน่อย ถ้าหากเบื่อกับอาหารคลีนเมนูข้าวกันแล้ว ลองเปลี่ยนสไตล์มาทำอาหารคลีนเมนูเส้นกันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำเมนูเส้นคลีน ๆ เช่น สปาเกตตีผัก บะหมี่น้ำอกไก่ย่าง สลัดก๋วยเตี๋ยวเนยถั่ว เป็นต้น อาจจะไม่ได้คลีนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็กินอร่อยและมีประโยชน์นะคะ

1. สลัดก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม

เมนูเส้นคลีน ๆ เมนูแรกขอนำเสนอสลัดก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม สูตรนี้ใส่ผักหลากชนิด ที่ขาดไม่ได้เลยคือ เส้นหมี่เวียดนาม ทีเด็ดคือ น้ำสลัดสไตล์เวียดนาม เสิร์ฟกับไก่ย่างก็อร่อยนะคะ

ส่วนผสม สลัดก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม

• เส้นหมี่ Vermicelli (เส้นหมี่เวียดนาม) 340 กรัม
• แครอทขูดฝอย 2 หัว
• ซูกินีหั่นแว่น 2 ลูก
• ต้นหอมซอย 4 ต้น
• ถั่วงอก 1+1/2 ถ้วย
• ผักชีซอย 1/3 ถ้วย
• น้ำปลา 1/2 ถ้วย
• น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมสับ 2 กลีบ
• พริกป่น 1/4 ช้อนชา
• มะนาว

วิธีทำสลัดก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม

1. นำเส้นหมี่ไปแช่น้ำเดือด ปล่อยทิ้งไว้ 3-4 นาทีหรือจนนุ่ม นำไปผ่านน้ำเย็น ใส่ชามเสิร์ฟ ตามด้วยแครอท ซูกินี ถั่วงอก และผักชีลงไป
2. คนผสมน้ำปลา น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย กระเทียม และพริกป่น เทลงไปบนเส้นหมี่ โรยต้นหอม บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟหรือนำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

2. ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ข้าวกล้องลูกชิ้นอกไก่

เที่ยงนี้มาซดน้ำซุปร้อน ๆ กับเมนูก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ข้าวกล้องลูกชิ้นอกไก่ สูตรจาก คุณ Angelisa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับเส้นหมี่ราดน้ำซุปผัก เติมลูกชิ้นอกไก่ลงไป โรยกระเทียมอบหน่อยหอมสุดยอด



เมนูเส้น อาหารคลีน แคลอรีต่ำอิ่มท้องเอาใจสายเฮลธ์ตี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารคลีน/

7
เรามาเติมเสน่ห์ให้อาหารโดยใช้ 8 เทคนิคจัดจานอาหารให้หรู ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า หน้าตา และความเก๋ให้กับเมนูกันดีกว่า

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยเราคุ้นเคยกับหารเอาผักชีมาตกแต่งอาหารกันมานาน จนกลายเป็นสำนวน “ผักชีโรยหน้า” เลยทีเดียว แต่วันนี้เราขอบอกลาผักชีไปก่อน! เพราะเจ้น จะมาเผยเคล็ดลับการจัดจานอาหารที่จะทำให้อาหารบ้าน ๆ เปลี่ยนเป็นอาหารจานหรู และชิคขึ้นมาในพริบตา ด้วยวัตถุดิบตกแต่งอาหารกันเลยล่ะค่ะ จะมีอะไรบ้าง เลื่อนลงมาดูกันเล้ย! วัตถุดิบตกแต่งอาหาร 8 อย่างที่ทำให้เราลืมผักชีโรยหน้ากันไปเลย

1. กลีบดอกไม้กินได้ (Edible Flower) ดอกไม้ และกลีบดอกไม้ที่กินได้นั้นเป็นที่นิยมมากในหมู่เชฟดังทั้งหลาย เพราะนอกจากดอกไม้เหล่านี้จะทำให้จานอาหารดูสดชื่น สดใสในพริบตาแล้ว ดอกไม้บางชนิดยังให้กลิ่นที่หอม และเข้ากันดีกับอาหารที่เสิร์ฟอีกด้วย เมนูที่ใข้ตกแต่ง: ส่วนมากจะนำไปตกแต่งกับสลัด ขนม หรือแม้กระทั่งจานเนื้อ เพื่อเติมความสดใสให้กับจานอาหาร เมนู : อาหารที่มีสีเดียวเรียบ ๆ เช่น สลัด (สีเขียว) สเต๊กเนื้อ(สีน้ำตาล) ขนม(สีขาว)

2. โฟม (Foam) การตกแต่งจานด้วยโฟมเป็นวีธียอดนิยมของเชฟหลายคน เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้รับประทานแล้ว ยังเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับจานอาหารอีกด้วย โดยตัวโฟมจะทำมาจากผงเลซิติน (Lecithin) ที่สกัดมาจากถั่วเหลืองนั่นเอง เพียงผสมเลซิตินให้เข้ากับน้ำที่เราจะนำมาทำโฟม เช่น หากเราต้องการโฟมรสลิ้นจี่ ก็สามารถผสมผงเลซิตินเข้ากับนำ้ลิ้นจี่แล้วใช้เครื่องปั่นจนกลายเป็นฟอง เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูซุปต่าง ๆ หรือเสิร์ฟแทนซอส เมนู อาหารที่ต้องใช้ซอส หรือเนื้อสัมผัสพิเศษ เช่น ซุปต่าง ๆ หรือใช้เสิร์ฟแทนซอส

3. ต้นกล้า (Microgreens) ต้นอ่อนของผักหลาย ๆ ชนิด ถูกเก็บหลังจากปลูก 7 – 14 วัน เพื่อนำมาตกแต่งจาน โดยนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว บางต้นยังมีรสชาติที่ดีอีกด้วย เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูต่าง ๆ ที่มีสีสันตัดกับสีเขียวได้ดีแต่ไม่เหลวจนเกินไป เช่น พะแนง เมนู อาหารที่มีสีตัดกับสีเขียว ยำต่าง ๆ พะแนง ผัดฉ่า และอาหารที่มีสีสันตัดกับสีเขียว

4. พริกแห้งฝอย (Shredded Chili) เพิ่มความแซ่บให้กับจานเผ็ดด้วยการนำพริกแห้งมาหั่นฝอย และนำมาใช้ต้องแต่งกลางจานเพื่อเติมสีสันให้แก่อาหารรสแซ่บ เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูที่มีรสเผ็ด เช่น ต้มยำ ลาบ น้ำตก หรือยำต่าง ๆ เมนู อาหารที่มีรสเผ็ดหรือ มีส่วนผสมของพริก เช่น ลาบ ต้มยำ น้ำตก หรือยำต่าง ๆ



บริการด้านอาหาร 8 เคล็ดลับจัดจานให้ดูหรู เปลี่ยนอาหารบ้าน ๆ ให้เป็น Fine dining ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/catering-service/

8
 เรามาเติมเสน่ห์ให้อาหารโดยใช้ 8 เทคนิคจัดจานอาหารให้หรู ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า หน้าตา และความเก๋ให้กับเมนูกันดีกว่า

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยเราคุ้นเคยกับหารเอาผักชีมาตกแต่งอาหารกันมานาน จนกลายเป็นสำนวน “ผักชีโรยหน้า” เลยทีเดียว แต่วันนี้เราขอบอกลาผักชีไปก่อน! เพราะเจ้น จะมาเผยเคล็ดลับการจัดจานอาหารที่จะทำให้อาหารบ้าน ๆ เปลี่ยนเป็นอาหารจานหรู และชิคขึ้นมาในพริบตา ด้วยวัตถุดิบตกแต่งอาหารกันเลยล่ะค่ะ จะมีอะไรบ้าง เลื่อนลงมาดูกันเล้ย! วัตถุดิบตกแต่งอาหาร 8 อย่างที่ทำให้เราลืมผักชีโรยหน้ากันไปเลย

1. กลีบดอกไม้กินได้ (Edible Flower) ดอกไม้ และกลีบดอกไม้ที่กินได้นั้นเป็นที่นิยมมากในหมู่เชฟดังทั้งหลาย เพราะนอกจากดอกไม้เหล่านี้จะทำให้จานอาหารดูสดชื่น สดใสในพริบตาแล้ว ดอกไม้บางชนิดยังให้กลิ่นที่หอม และเข้ากันดีกับอาหารที่เสิร์ฟอีกด้วย เมนูที่ใข้ตกแต่ง: ส่วนมากจะนำไปตกแต่งกับสลัด ขนม หรือแม้กระทั่งจานเนื้อ เพื่อเติมความสดใสให้กับจานอาหาร เมนู : อาหารที่มีสีเดียวเรียบ ๆ เช่น สลัด (สีเขียว) สเต๊กเนื้อ(สีน้ำตาล) ขนม(สีขาว)

2. โฟม (Foam) การตกแต่งจานด้วยโฟมเป็นวีธียอดนิยมของเชฟหลายคน เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้รับประทานแล้ว ยังเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับจานอาหารอีกด้วย โดยตัวโฟมจะทำมาจากผงเลซิติน (Lecithin) ที่สกัดมาจากถั่วเหลืองนั่นเอง เพียงผสมเลซิตินให้เข้ากับน้ำที่เราจะนำมาทำโฟม เช่น หากเราต้องการโฟมรสลิ้นจี่ ก็สามารถผสมผงเลซิตินเข้ากับนำ้ลิ้นจี่แล้วใช้เครื่องปั่นจนกลายเป็นฟอง เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูซุปต่าง ๆ หรือเสิร์ฟแทนซอส เมนู อาหารที่ต้องใช้ซอส หรือเนื้อสัมผัสพิเศษ เช่น ซุปต่าง ๆ หรือใช้เสิร์ฟแทนซอส

3. ต้นกล้า (Microgreens) ต้นอ่อนของผักหลาย ๆ ชนิด ถูกเก็บหลังจากปลูก 7 – 14 วัน เพื่อนำมาตกแต่งจาน โดยนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว บางต้นยังมีรสชาติที่ดีอีกด้วย เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูต่าง ๆ ที่มีสีสันตัดกับสีเขียวได้ดีแต่ไม่เหลวจนเกินไป เช่น พะแนง เมนู อาหารที่มีสีตัดกับสีเขียว ยำต่าง ๆ พะแนง ผัดฉ่า และอาหารที่มีสีสันตัดกับสีเขียว

4. พริกแห้งฝอย (Shredded Chili) เพิ่มความแซ่บให้กับจานเผ็ดด้วยการนำพริกแห้งมาหั่นฝอย และนำมาใช้ต้องแต่งกลางจานเพื่อเติมสีสันให้แก่อาหารรสแซ่บ เมนูที่ใข้ตกแต่ง: เมนูที่มีรสเผ็ด เช่น ต้มยำ ลาบ น้ำตก หรือยำต่าง ๆ เมนู อาหารที่มีรสเผ็ดหรือ มีส่วนผสมของพริก เช่น ลาบ ต้มยำ น้ำตก หรือยำต่าง ๆ



บริการด้านอาหาร 8 เคล็ดลับจัดจานให้ดูหรู เปลี่ยนอาหารบ้าน ๆ ให้เป็น Fine dining ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/catering-service/

9
การจัดฟันเป็นวิธีทางทันตกรรมที่มักนิยมทำในวัยเด็ก เพราะเป็นช่วงที่ฟันแท้ขึ้นครบและขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่ อีกทั้งยังใช้เวลาน้อยพร้อมกับการเคลื่อนของฟันก็สามารถทำได้ง่าย แต่หากมีความจำเป็นจะต้องจัดฟันในช่วงอายุเยอะๆ ปัจจุบันนี้มีคำตอบที่แน่ชัดแล้วว่าสามารถทำได้ทุกช่วงอายุ และคนอายุเยอะก็เริ่มมาใช้บริการจัดฟันในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

การจัดฟันช่วงอายุเยอะแตกต่างจากการจัดฟันตอนเด็กอย่างไร
การจัดฟันในช่วงวัยนี้จะมีข้อแตกต่างหลายข้อ รวมทั้งปัญหาและข้อจำกัดที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มาจัดฟันตอนอายุเยอะๆ หลายประการดังนี้

1. มีการเรียงตัวของฟันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้โครงหน้าเปลี่ยนแปลงได้มากเท่าการจัดฟันในวัยเด็ก เนื่องจากตอนเด็กใบหน้ายังสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ จึงมีผลให้ใบหน้าเรียวได้มากกว่า แต่หากอายุเยอะแล้วต้องการให้การจัดฟันมีผลต่อการสบฟันและรูปร่างใบหน้าดีขึ้นจากเดิม อาจจะต้องจัดฟันไปพร้อมกับการทำศัลยกรรมผ่าตัดกระดูกขากรรไกรควบคู่ไปด้วย

2. การเคลื่อนตัวของฟันให้เรียงเป็นระเบียบทำได้ช้ากว่าทำให้ใช้เวลาในการจัดฟันช้ากว่าตอนเด็กอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเด็กจะสามารถสร้างและทำลายกระดูกค่อนข้างเร็ว แต่สำหรับคนที่อายุเยอะๆ การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ รวมทั้งการรักษาสุขภาพอนามัยภายในช่องปากจะสามารถทำได้ดีกว่าตอนเด็ก

3. สุขภาพของช่องปากจะเสื่อมโทรมมากกว่าทำให้อาจเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งของผู้ที่จัดฟันตอนอายุเยอะๆ โดยเฉพาะการมีโรคเกี่ยวกับเหงือกและฟันบางชนิดอย่างเช่นฟันโยกหรือเหงือกอักเสบรุนแรง อีกทั้งการทำความสะอาดหลังการจัดฟันมักจะมีความยุ่งยากมากกว่าก่อนการจัดฟัน ดังนั้นเมื่อจัดฟันในช่วงวัยนี้ก็ควรดูแลทำความสะอาดหลังการจัดฟันอย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากสุขภาพช่องปาก ซึ่งมีโอกาสเสื่อมโทรมตามวัยได้สูงนั่นเอง



อายุเยอะแล้ว ดัดฟัน ได้หรือไม่ แตกต่างกับการจัดฟันตอนเด็กอย่างไร  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟัน/

10
หากกล่าวถึง “การศึกษาในวัยเด็กเล็ก” ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษา คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเป็นเรื่องของการเรียนการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การศึกษาในวัยเด็กเล็กก็คือบันไดขั้นต้นของการศึกษาเท่านั้น จุดสำคัญของการศ

โรงเรียนแห่งแรกของลูกคือบ้าน ซึ่งมีพ่อแม่เป็นครูผู้สอน การเรียนรู้จากที่บ้านจึงเป็นการปูพื้นฐานก่อนเข้าโรงเรียนและอยู่ในสังคม ผู้ปกครองทุกคนย่อมต้องการให้ลูกเป็นคนที่มีปัญญาและมีอุปนิสัยที่ดี แต่เมื่อถึงวัยที่ลูกน้อยต้องก้าวเข้าสู่วัยเรียน สิ่งที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนกังวัลใจ คือ “เลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกอย่างไรดี”

การปลูกฝังสิ่งที่ดีให้แก่เด็กต้องเริ่มต้นตั้งแต่ระดับปฐมวัย เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” เพราะฉะนั้นการเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกน้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะตัดสินใจควรทราบข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนก่อน ทั้งจากการศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง การสังเกตการณ์ รวมถึงฟังคำบอกเล่าจากผู้ปกครองท่านอื่น อาศัยการพิจารณาอย่างมีเหตุผล และอย่าลืมว่าไม่มีโรงเรียนไหนดีครบถ้วน 100% ปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงคือเรื่องของสถานที่ กล่าวคือ บริเวณโรงเรียนมีความกว้างขวาง ไม่แออัดจนเกินไป รวมไปถึงสภาพแวดล้อมบริเวณรอบโรงเรียนที่มีอากาศบริสุทธิ์ถ่ายเทสะดวก ไม่มีควันพิษหรือมลภาวะ นอกจากนั้นเรื่องของความปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด

“ในด้านการดูแลและการเรียนการสอนต้องเกิดจากความเอาใจใส่ของผู้ปกครองเองที่จะต้องหมั่นพูดคุยกับครูผู้สอน หาเวลาว่างเพื่อไปสังเกตการณ์ด้วยตนเอง รวมถึงคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กด้วย พ่อแม่สมัยนี้ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกหรือดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ จึงต้องฝากฝังให้ที่โรงเรียนเป็นคนดูแล แต่อย่างไรก็ดีพ่อแม่ผู้ปกครองควรหาเวลาว่างอยู่กับลูกให้ได้มากที่สุด เพราะพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ ย่อมควบคู่ไปกับความอบอุ่นในครอบครัว การเลี้ยงดูลูกด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา โรงเรียนเป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น แต่ลูกน้อยจะเก่ง ดี มีสุขได้สำคัญที่ตัวพ่อแม่มากกว่า”

ที่เห็นด้วยว่าก่อนการตัดสินใจเลือกโรงเรียนอนุบาลให้ลูกต้องศึกษาข้อมูลของโรงเรียนนั้นๆ สำคัญที่สุด คือพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเดินทางไปเยี่ยมชมการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม การดูแลเด็กว่าทางโรงเรียนมีความเอาใจใส่เด็กมากน้อยแค่ไหน เพราะการสัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเองจะทำให้ผู้ปกครองมีความไว้วางใจที่จะให้ลูกของตนเข้าเรียนในโรงเรียนนั้นมากขึ้น



เคล็ดลับการเลือก โรงเรียนอนุบาล พ่อแม่สังเกตการณ์ด้วยตนเอง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.thaikidssong.com/โรงเรียนอนุบาล/

11
ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

2.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง

นอกจากนี้ยังมีโซนห้องคาราโอเกะ ที่เพียบโซนชิลเอาท์ โอเพ่นแอร์ในสไตล์เรสเทอรองท์ที่มีเมนูอาหารจานเด็ดทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป และการแสดงจากวงดนตรีโฟล์คซองที่จะมาเคิมเต็มความสุขให้คุณในทุกๆ คืน

ที่ตั้ง : ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.

3.The Pimp

The PIMP คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่พร้อมจะกระชากใจในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา พร้อมเวทีขนาดยักษ์และวงดนตรีระดับเทพที่จะมาบรรเลงเพลงดนตรีเพราะๆ และดื่มด่ำไปกับลีลาการเต้นสุดเร้าใจจากโคโยตี้สาวสวยที่พร้อมจะสะกดให้คุณหลงใหลและสนุกไปด้วยกัน หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังหาสถานที่เช็คอินคืนนี้ต้องไปที่

ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

12
สิ่งต่างๆ ที่อาจกีดกั้นการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ความเสี่ยงทำให้เราไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ความเสี่ยงทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ตามกิจกรรม โครงการที่เรากำลังทำเป็นประจำ ซึ่งเรียกว่า Operational Risk อาจเป็นความเสี่ยงทางด้านยุทธศาสตร์ (Strategy) ทางด้านการแข่งขัน (Competitive) ทั้งหมดอยู่ที่ว่า อะไรเป็นเป้าหมาย อะไรเป็นวัตถุประสงค์ที่เรากำหนดไว้ และหากจะดูเรื่องของความเสี่ยงจะดูที่เรื่องปัญหาและอุปสรรคว่าคืออะไร หรือจะดูว่าอะไรคือ “ตัวขัดขวาง” ความสำเร็จ

การบริหารความเสี่ยง

ความเสี่ยง คือ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้

ดังนั้น ความเสี่ยงจึงถูกวัดได้ด้วยผลกระทบที่ได้รับ และความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การบริหารความเสี่ยงขององค์กร คือ การบริหารความเสี่ยงของโครงการต่าง ๆ ตามแผนงานซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้การตัดสินใจโดยการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ต่าง ๆ จะช่วยให้มีความมั่นใจในผลสำเร็จว่าจะสามารถจัดความเสี่ยงได้ และจะทำให้โครงการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การดำเนินการตามโครงการก็อาจเกิดความเสี่ยงได้อีก และอาจเกิดผลกระทบกับความสำเร็จของโครงการได้



การบริหารความเสี่ยงขององค์กร ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.tris.co.th/service/

13
แน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนอยากคงความสวยความใสแบบสมัยวัยรุ่นเอาไว้ แต่มักจะกลัวความเจ็บ กลัวการผ่าตัด บางคนก็ไม่มั่นใจ กลัวว่าหลังทำไปแล้วคนอื่นจะรู้ว่าไปทำหน้ามา ดังนั้นการปรับรูปหน้าและการลดริ้วรอยเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าด้วยวิธีที่ไม่ศัลยกรรมน่าจะเป็นทางเลือกที่นิยมที่สุด

ซึ่งการปรับรูปหน้าและการลดริ้วรอยโดยไม่ศัลยกรรมมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่การใช้เลเซอร์เพื่อยกกระชับใบหน้า การฉีด BOTOX การฉีด Filler ฉีดลดไขมัน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีแตกต่างกันไป แต่ที่ดูจะเป็นไฮไลท์และเป็นที่นิยมเลยก็คือ การลดริ้วรอย ด้วย การฉีด BOTOX & Filler ซึ่งวันนี้ นายแพทย์นพดล อมรภิญโญเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังจะนำเรื่องราวดีๆ อันเป็นความรู้มาฝากคุณสาวๆ ทั้งหลายกัน ไปติดตามกันเลย

BOTOX คือ?
“โบท็อกซ์ (Botox) หรือ เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า Botulinum Toxin ซึ่งเป็นสารสกัดจากโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับกล้ามเนื้อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดยปกติแล้วแพทย์จะใช้สารโบท็อกซ์นี้ฉีดเข้าไปที่ใบหน้าเพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผากรอยย่นหว่างคิ้ว รอยย่นสันจมูก รอยย่นตีนกา ซึ่งเมื่อฉีดโบท็อกซ์ เข้าไปแล้วริ้วรอยจะค่อยๆ จางลงและหายไป รวมถึงจะค่อยๆ ลดกล้ามเนื้อบริเวณกรามลง โบท็อกซ์จึงช่วยปรับรูปหน้า ทำให้หน้าเรียวขึ้นด้วย”

แล้ว Filler ล่ะ คือ อะไร ? เหมือน BOTOX หรือเปล่านะ ?
“ Filler เป็นสารคนละชนิดกับ BOTOX แพทย์จะนำมาใช้ในกรณีที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถนำมาใช้ในกรณีที่คนไข้ต้องการลดร่อง, ริ้วรอยบนใบหน้า Filler ที่นิยมใช้กันมากที่สุดเป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic acid แพทย์จะใช้ฉีดเข้าไปที่ผิวหนังบริเวณใบหน้าเหมือนกันตรงส่วนที่มีร่องลึกเพื่อให้สารนี้เข้าไปเติมเต็มและแก้ไขความบกพร่องบนใบหน้า จึงเป็นการช่วยลดร่อง, ริ้วรอย บนใบหน้าอีกทางหนึ่งนอกจากนั้น Filler จะช่วยเข้าไปเสริมปริมาณ ปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน และยกกระชับใบหน้าได้ “

ถ้าทำการฉีด BOTOX & Filler ไปแล้วผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน
“ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกันและแต่ละคนมีปัญหาที่แตกต่างกันไปการฉีด BOTOX นั้นจะเห็นผลได้เร็วคือ เริ่มเห็นผลตั้งแต่ 2-3 วันภายหลังจากการฉีด BOTOX จะเข้าไปช่วยลดริ้วรอย คุณจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในไม่ช้าแต่ผลจากการฉีดจะไม่คงอยู่อย่างถาวรคือ จะคงอยู่ได้ราว 4-6 เดือน ส่วน Filler นั้น ก็ขึ้นอยู่กับชนิดที่เลือกใช้ โดยทั่ว ๆ ไป จะให้ผลลัพธ์ที่ช่วยลดริ้วรอยอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ส่วนฟิลเลอร์จำพวกซิลิโคนหรือพาราฟิน ซึ่งเป็นสารที่มีความคงทนแต่หมอไม่แนะนำเพราะไม่ปลอดภัย”

การฉีด BOTOX & Filler มีผลค้างเคียงที่อันตรายหรือไม่

“การการฉีด BOTOX & Filler เพื่อลดริ้วรอย ทั้งสองอย่างอาจเกิดผลข้างเคียงได้บ้างแต่จริง ๆ เกิดน้อยมาก อาการข้างเคียงที่เกิดได้ก็จะมี มีรอยแดง ช้ำ บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ แต่อาการเหล่านี้อาจจะมีอยู่สักประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะหายไปเอง ไม่มีอันตรายใด ๆ ผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่ การติดเชื้อและอุดตันหลอดเลือด หากฉีดกับหมอที่มีความเชี่ยวชาญอาการเหล่านี้มีโอกาสเกิดน้อยมาก ๆ”

ใครบ้างที่เหมาะสมที่จะทำการฉีด BOTOX & Filler

“คนที่เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องริ้วรอย มีผิวหน้าหย่อนคล้อย และต้องการปรับรูปหน้า คนที่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์แล้วเข้ารับการฉีด BOTOX & Filler เพื่อลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุว่ามากหรือน้อย ซึ่งหมอจะดูจากปัญหาของคนไข้แต่ละคนมากกว่า เพราะว่าแต่ละช่วงวัยก็จะพบเจอปัญหาและมีความต้องการที่แตกต่างกันไป อายุน้อยก็อาจจะต้องการฉีดเพื่อปรับรูปหน้าให้หน้าดูเรียว อายุมากหน่อยก็จะฉีดเพื่อลดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยแต่ก็มีข้อยกเว้นในกรณีเป็นหญิงมีครรภ์ ให้นมบุตร หรือคนที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กลุ่มนี้หมอก็จะไม่แนะนำให้ทำ”

คุณสาว ๆ ก่อนตัดสินใจฉีด BOTOX & Filler ว่า
“สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราฉีด BOTOX & Filler ได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่เราต้องการและมีความปลอดภัยไร้ปัญหาตามมา ก็คือ การศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะตัดสินใจไปทำการฉีด คุณต้องมีการศึกษาหาข้อมูลถึงสถานที่ที่ทำ วัสดุที่ใช้ สารที่ใช้ในการฉีดให้กับเราด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง อย่าคิดว่าจะเอาของถูกอย่างเดียว หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา คุณจะต้องเสียเงินรักษาตัวอีกมายมาย ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ สู้เราเก็บเงินรักษาตัวนั้นไว้แล้วนำมาจ่ายกับการใช้สารที่ปลอดภัยดีกว่า จ่ายแพงกว่าเล็กน้อย แต่คุ้มค่าในความปลอดภัยและแน่นอน “



โบท็อกหน้าเรียว การปรับรูปหน้าและการลดริ้วรอย  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/botoxวุฒิศักดิ์/

14
รูดไม้กันให้เพลินกับเมนูบาร์บีคิวหมู จับหมูหมักกับซอสบาร์บีคิวแบบไทย ๆ อร่อยเนื้อนุ่มหอมอวลในปาก มาร่วมด้วยช่วยกันย่างเถอะ

อาทิตย์หน้าใครวางแผนจัดปาร์ตี้บ้างเอ่ย ไม่ว่าจะจัดริมทะเลหรือที่บ้าน เมนูอร่อยที่ขาดไม่ได้เลยคือ เมนูบาร์บีคิว นั่นเอง ครั้นไปซื้อกินคงไม่ฟินเท่ากับทำเองหรอกค่ะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำบาร์บีคิวหมู จับหมูหั่นชิ้นหมักกับซอสบาร์บีคิว เสร็จแล้วเสียบไม้กับผักและผลไม้ เอาไปย่างจนสุกหอม

ชวนทำบาร์บีคิวหมู เมนูสำหรับปาร์ตี้

สวัสดีค่ะ อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้วนะคะ วันหยุดแบบนี้ชวนคนในครอบครัวมาทำอาหารกันค่ะ ช่วงนี้อากาศเย็นเหมาะที่จะทำปิ้งย่างที่สุด วันนี้เราเลยมาแบ่งปันสูตรบาร์บีคิว สูตรนี้ลองแล้วอร่อย ๆ มาทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม บาร์บีคิวหมู

• สันคอหมู 1 กิโลกรัม
• ซอสมะเขือเทศ 1+1/2 ถ้วยตวง
• ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
• เนยละลาย 100 กรัม
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
• หอมใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องเคียง

• พริกชี้ฟ้าเขียว
• หอมใหญ่
• มะเขือเทศ
• สับปะรด
• ไม้เสียบขนาดยาว 10-12 นิ้ว

วิธีทำบาร์บีคิวหมู

ผสมเครื่องปรุงทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่หมูลงไปหมักไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงค่ะ (รสชาติปรับตามชอบเลยนะคะ)
เมื่อหมักครบเวลาแล้วจัดเสียบเนื้อสัตว์สลับกับสับปะรด หอมใหญ่ มะเขือเทศ และพริกชี้ฟ้าตามชอบเลยค่ะ

จะก่อไฟย่างหรือใช้เตาไฟฟ้าตามสะดวกเลยค่ะ ระหว่างย่างให้ทาน้ำซอสที่เราหมักหมูด้วย ย่างจนสุก (เราชอบเกรียมนิด ๆ)

เวลาผ่านไปสุกแล้ว ได้เวลาชิมแล้ว

ปาร์ตี้นี้ต้องไม่พลาดบาร์บีคิวหมูแน่นอน แต่ขอแอบพ่วงบาร์บีคิวไก่ บาร์บีคิวกุ้ง และบาร์บีคิวปลาหมึกไปด้วย ตอนนี้ขออาสามาช่วยเสียบไม้หน่อยค่ะ ค่าตอบแทนคือ กินฟรีแบบไม่อั้น ใครสนใจรับสมัครด่วนจำนวนจำกัดจ้า


ทำอาหาร ฝรั่งพร้อมสูตรซอสหมักสไตล์ไทยอร่อยนุ่มรับปาร์ตี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

15
หากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศห้องรับแขกบรรยากาศเดิมๆ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ ซึ่งวันนี้ Gurubaan ได้นำไอเดียในการจัดห้องรับแขกหน้าบ้าน ที่คุณสามารถนั่งสูดอากาศรับลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าแขกหรือญาติที่มาเยี่ยมคุณที่บ้านจะต้องถูกใจไม่น้อย ว่าแต่จะมีไอเดียอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

มุมรับแขกนอกบ้านแบบเปิดโล่ง ทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูโล่ง โปร่ง สบาย ตกแต่งด้วยชุดโซฟาสีเข้มเข้ากันกับกำแพงบ้าน มีกระถางต้นไม้เพิ่มสีเขียวให้มุมรับแขก

อีกหนึ่งมุมรับแขกใต้ชายคาบ้าน และรับลมเย็นๆจากธรรมชาติ เลือกใช้ชุดโซฟาสีเทาที่ตัดกับสีบ้าน ตกแต่งด้วยโคมไฟ พรม และต้นไม้สีเขียว

มุมรับแขกในสวนข้างบ้าน ง่ายๆ ด้วยชุดโต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากไม้พาเลททำให้ดูคลาสสิค เข้ากับบรรยากาศโดยรอบมากๆ

โต๊ะรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ล้วนๆ เอาสีขาวเข้ามาช่วยเสริม มันจะยิ่งทำให้ดูอบอุ่นร่มรื่นไปอีก

ชุดเก้าอี้ไม้สานเหมาะกับบรรยากาศริมสระน้ำเป็นที่สุด หาเบาะนั่งกับหมอนอิงโทนสีใกล้เคียงกัน เข้ากับสไตล์ที่คุณชอบแน่นอน

การใช้สีแนวเอิร์ธโทน อย่างสีลายไม้ สีน้ำตาล และสีเขียว จะช่วยให้คนมองรู้สึกสบายตาตามไปด้วย และทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

หากคุณมีพื้นที่ตรงชานบ้านมันคงเข้ากับการตกแต่งด้วยชุดโซฟาโทนสีเดียวกับสีบ้าน แถมยังทำให้มุมรับแขกนี้ดูโปร่งสบายขึ้นอีก และถ้าจะให้ดีใช้สีเขียวของต้นไม้เข้าช่วยเสริมบริเวณนี้มันก็คงยิ่งดูอบอุ่นร่มรื่นมากขึ้น

มุมรับแขกตรงชานบ้าน ง่ายๆ ด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ พร้อมหมอนอิงสีดำดูตัดกันแต่ลงตัว และตกแต่งด้วยโคมไฟเก๋ๆ ช่วยเพิ่มลูกเล่นทำให้มุมรับแขกดูโดดเด่นขึ้นไปในตัว

ตกแต่งมุมรับแขกด้วยชุดเก้าอี้สานสุดคลาสสิคธีมเดียวกับสีบ้าน ตกแต่งด้วยหมอนอิงหลากหลายแบบในโทนเดียวกัน แค่นี้ก็ดูเรียบ เท่ ทันสมัยแล้ว

บริเวณระเบียงหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด แต่งด้วยชุดเก้าอี้ไม้ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ แถมยังนั่งสบายชมวิวได้ไม่มีเบื่ออีกต่างหาก

หวังว่าคงจะถูกใจใครหลายคนจนเกิดปิ๊งไอเดียดีๆ ในการจัดมุมรับแขกไว้นอกบ้าน อย่ารอช้านะคะว่างเมื่อไหร่ก็ลองไปจัดมุมสวยๆ ไว้รับแขกดีกว่า จะได้มีมุมสนทนาแบบสบายๆ ให้ชื่นใจ หรือจะเอาไว้นั่งชิลหลังจากเหนื่อยจากการทำงานก็ได้ค่ะ



ไอเดียจัดมุมรับแขกรับลมชมวิวนอก บ้าน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

16


ธุรกิจ ท่องเที่ยวทาคาชิ ซากาโน วัย 39 ปี ในฐานะลูกค้าที่มาใช้บริการดังกล่าวเป็นครั้งแรกเผยว่า การจัดทริปเดินทางจริง ๆ นั้นยุ่งยาก ใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายสูง เขาจึงคิดว่า การใช้บริการท่องเที่ยวแบบเวอร์ชวลเรียลิตีนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน และครั้งหน้าเขาอยากจะไปโรม เมืองหลวงของอิตาลีด้วย

ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการต่อครั้งอยู่ที่ 6,600 เยน ซึ่งถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับการเดินทางจริง ๆ ส่วนเมืองที่เปิดให้เลือกเดินทางนั้น มีตั้งแต่ปารีส, โรม, ฮาวาย และนิวยอร์ก ซึ่งทุกเมืองที่เปิดนั้น บริษัทอ้างว่ามีการจองเต็มมาโดยตลอด (รับได้รอบละ 12 คน)

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยทีเดียวกับการได้ท่องเที่ยวเมืองหลวงตามประเทศต่างๆ ใช้เวลา มีบริการที่ดีเยี่ยม มีอาหารเสิร์ฟ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะสมจริงถึงขั้น ช้อปปิ้งข้างในเมืองจำลองเลยก็ว่าได้ เป็นการพักผ่อนที่ผ่อนคลาย ในราคาไม่แพง แถมยังได้ทานอาหารอร่อยๆอีกด้วย

ลูกค้าที่ให้ความสนใจส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่อยากเดินทางไปต่างประเทศแต่สุขภาพไม่อำนวย ทั้งนี้ ทางบริษัทมีแผนจะเปิดรูทสำหรับการบินภายในประเทศด้วยเช่นกัน และอาหารที่เสิร์ฟก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่นตามภูมิภาคต่างๆ





อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โคตรล้ำ! ญี่ปุ่นเปิดตัวธุรกิจท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงเพียงใช้แว่น VR ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

17
เรื่องราวดีดี สำหรับคนทำงานที่มีสัตว์เลี้ยง
ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวดีดี สำหรับคนวัยทำงานที่เลี้ยงสุนัขไว้ด้วย หลังจากนี้พวกเขาจะสามารถนำเพื่อนรู้ใจมาทำงานที่ออฟฟิศได้ทุกวัน โดยไม่ต้องทิ้งให้พวกมันเหงาอยู่ที่บ้านอีกต่อไป เนื่องจากทางสำนักงานใหญ่ของอเมซอน


ในเมืองซีแอทเทิล สหรัฐฯ อนุญาตให้พนักงานพาสุนัขมาทำงานด้วยได้ ซึ่งตอนนี้มีพนักงานพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามาทำงานด้วยถึง 6,000 ตัวแล้ว


โดยในต่างประเทศถึงขั้นมีการจัดวันพาสุนัขไปที่ทำงานประจำปี หรือที่เรียกว่า “Take Your Dog to Work Day”แต่ทว่า สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง อเมซอน (Amazon) แค่วันเดียวก็ดูจะน้อยเกินไป ทางบริษัทจึงทำให้วันพาสุนัขไปทำงานจากปีละครั้ง เปลี่ยนเป็นการพามาทำงานด้วยทุกวันซะเลย แถมพนักงานยังสามารถพาสุนัขของตัวเองมาได้แบบไม่จำกัดจำนวนรวมไปถึงสายพันธุ์ด้วยนะ


แต่ทางบริษัทได้มีข้อตกลงกับพนักงานทุกคนว่า สุนัขทุกตัวที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอเมซอน จะต้องเป็นสุนัขที่ไม่ทำลายข้าวของ ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว ต้องเป็นที่ยอมรับของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เมื่อผ่านข้อตกลงต่างๆที่ว่ามาแล้วนั้น พวกเขาจะได้รับลงทะเบียนพร้อมรับกระดิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ว่าสุนัขพวกนี้ ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแล้ว โดยทางอเมซอนได้จัดพื้นที่พิเศษไว้รองรับสุนัขเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารในจุดบริการชื่อว่า เดอะ ซีแอทเทิล
เบเกอรี (The Seattle Barkery) มีจุดขับถ่าย และสวนให้วิ่งเล่นอีก 1,000 ฟุต อีกด้วย จากการสำรวจของทางบริษัทพบว่า จากสุนัขที่มีการลงทะเบียนทั้งหมด 6,000 ตัวนั้น จะมีสายพันธุ์สุนัขที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุดอยู่สามสายพันธุ์หลักๆ คือ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ , ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์


นับได้ว่านี่เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจอย่างมากที่ อเมซอนทำให้ออฟฟิศของเขาเต็มไปด้วยคนรักสุนัข โดยจุดเริ่มต้นนั้น มาจากคู่รักหัวหน้าบรรณาธิการและวิศวกรใหญ่ ที่พาเจ้ารูฟัส (Rufus) สุนัขพันธุ์ เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ ของพวกเขามาทำงานด้วยทุกวัน จนกลายแคมเปญอนุญาตให้พนักงานพาสุนัขมาเลี้ยงออฟฟิศนั่นเอง




มิติใหม่แห่งการทำงาน หลังบริษัทอนุญาตให้พา หมา มาด้วยได้ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่ https://www.petcitiz.info/หมา/

18
GPU Turbo คืออะไร มีผลดีกับคนเล่นบนเกมมือถืออย่างไร GPU Turbo นวัตกรรมใหม่ที่จะปฏิวัติเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกและความเร็วของมือถือ

GPU Turbo

สำหรับใครที่ชื่นชอบการเล่นเกมบนสมาร์ตโฟน นอกจากต้องการสมาร์ตโฟนที่มีสเปกแรง ๆ แล้ว เทคโนโลยีด้านการประมวลผลกราฟิก หรือเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้สมาร์ตโฟนมีความเร็วเพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุด ออเนอร์ (Honor) แบรนด์ลูกของ Huawei ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า GPU Turbo และด้วยเทคโนโลยีตัวนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเล่นเกม ในขณะเดียวกันก็ลดการใช้งานแบตเตอรี่น้อยลงอีกด้วย

GPU Turbo

GPU Turbo คืออะไร เป็นเทคโนโลยีที่ผนวกการประมวลผลของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เร็วยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกตั้งแต่ระบบล่างสุด lower-layer เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมให้แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกได้ถึง 60% ขณะเดียวกัน ชิปเซต (SoC) ยังใช้พลังงานน้อยลงกว่า 30% ซึ่งทำให้การทำงานของสมาร์ตโฟนมีความสเถียรมากขึ้น และเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้เล่นเกมที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่มีการแสดงผลด้านกราฟิกระดับสูง

GPU Turbo

สำหรับสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยี GPU Turbo ในตลาดตอนนี้ ได้แก่ Honor Play, Honor 10 GT และ Huawei nova 3 เป็นต้น นอกจากนี้ทาง Huawei ยังเตรียมนำเทคโนโลยี GPU Turbo ไปใช้กับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ อีกด้วย รวมถึงรุ่นเก่า ๆ ที่เปิดตัวไปแล้ว ก็จะได้อัปเดตให้สามารถใช้งาน GPU Turbo ได้ จะได้อัปเดตกันในช่วงเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน 2561


GPU TURBO คืออะไร มีผลดีกับคนเล่นบนเกม โทรศัพท์มือถือ อย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

19
ปัญหารูขุมขนกว้าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ หลายคนที่ทำให้ต้องกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน

เพราะเวลาแต่งหน้าออกมาทีไรก็จะดูไม่เนียนใส แถมยังเป็นตัวการทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ง่าย นี่แหละจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องมองหาวิธีกำจัดรูขุมขนกว้างให้กระชับและเล็กลง ทั้งนี้กระปุกดอทคอมเองก็เข้าใจถึงหัวอกของคุณสาว ๆ ดีค่ะ จึงได้นำวิธีจัดการปัญหารูขุมขนกว้างมาให้สาว ๆ ได้ลองเอาไปใช้กันดู ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและน้ำเย็น

โดยในตอนเช้าและตอนเย็น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนให้กว้าง จากนั้นทำความสะอาดตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยการล้างน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยทำให้ทำความสะอาดใบหน้าได้อย่างล้ำลึก และทำบ่อย ๆ รูขุมขนก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้นอีกด้วย

2. ประคบน้ำแข็ง

หลังจากล้างหน้าเสร็จ ให้ใช้น้ำแข็งก้อนประคบบนใบหน้าและบริเวณรูขุมขนประมาณ 2-3 นาที จะช่วยทำให้รูขุมขนตึงกระชับมากขึ้น และถ้าหากทำบ่อย ๆ รูขุมขนจะเล็กลงจนสังเกตเห็นได้ชัด

3. ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้า

หลังล้างหน้าทุกครั้งให้ใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะถ้าหากใบหน้าสะอาด รูขุมขนก็จะไม่มีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะส่งผลให้รูขุมขนค่อย ๆ เล็กลง และหน้าก็จะดูใสขึ้นด้วย

4. มาสก์หน้าด้วยแตงกวากับน้ำผึ้ง

นำแตงกวามาปอกเปลือกสับให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า และทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้

5. เช็ดหน้าด้วยน้ำมะนาว

นำมะนาวสดมาผ่าครึ่ง บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นให้นำสำลีมาชุบและทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาทีแล้วล้างออก น้ำมะนาวจะช่วยกระชับให้ผิวหน้าเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์



รูขุมขนกว้าง ทำไงดี ? โบกมือลาด้วย 6 วิธีนี้สิ ! ได้ผลชัวร์ ทำให้หน้ากระจ่างขาวใสขึ้นได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/รูขุมขนกว้างวุฒิศักดิ์/

20
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว การจินตนาการว่าตัวเองผอมแทบพังครืน จะปฏิเสธก็ไม่กล้าเพราะกลัวเสียน้ำใจเพื่อน อีกด้านก็กลัวว่าลดน้ำหนักได้ตั้งหลายวันแล้ว จะมาเสียเรื่องเพียงวันเดียวได้อย่างไร

ร้านอาหาร ภัตตาคาร

หลายคนคงคิดว่าการทานอาหารนอกบ้าน ตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามโรงแรม ร้านอาหาร ร้านข้าวข้างทาง ล้วนแต่เป็นตัวการทำให้อ้วนทั้งนั้น ยิ่งอาหารบุฟเฟต์แล้วล่ะก็ ความงกบังเกิด ต้องกินให้คุ้มที่สุด

แต่ถ้าปฏิเสธเพื่อนแสนรัก ครอบครัวแสนดี ว่าไม่ไปด้วยนะ ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียน้ำใจ หรือถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ชวนก็จะกลายเป็นว่าเสียมรรยาทแทน

บางครั้งเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่วิธีการแก้ปัญหาเมื่อต้องไปทานข้าวนอกบ้านตอนลดน้ำหนักนั้นก็เป็นเรื่องง่ายๆ แถมถ้าคิดบวกว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ไปนั่งคุยกับเพื่อน ญาติพี่น้อง ก็ได้ช่วยบรรเทาความเครียดจากการลดน้ำหนักได้อีกทางหนึ่ง

ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับการไปทานอาหารนอกบ้านตอนไดเอต

1. บอกเพื่อน ๆ ไว้ก่อนว่าลดน้ำหนักอยู่
สิ่งแรกที่ควรทำคือ บอกคนที่มาชวนเราว่าเราลดน้ำหนักอยู่นะ ทำให้เขาเตรียมใจไว้ว่าควรจะปฏิบัติต่อเราอย่างไร รวมถึงเราอาจได้กำลังใจเพิ่มขึ้นก็ได้

2. อาหารไม่ได้มีแค่อยู่ในเมนู

อย่าลืมไปว่า เมนูในร้านอาหารนั้นบางครั้งเจ้าของร้านก็เลือกแต่เมนูจานเด็ดเอาไว้ หรือเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่มักจะสั่ง เลยทำให้อาหารเหล่านี้อาจไม่ค่อยเหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่เท่าไร

แต่อย่าลืมว่า พ่อครัวแม่ครัวก็สามารถทำตามใจคุณได้เช่นกัน คุณอาจจะสั่งอาหารนอกเมนู อาจสั่งเป็นอาหารที่คุณเคยทานที่บ้านในช่วงที่ลดน้ำหนัก หรือไม่ก็ถามเลยว่าที่ร้านมีอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักบ้างไหม

แต่ข้อนี้อาจจะทำได้ยากหน่อย ถ้าร้านที่คุณไปนั่งเป็นร้านพวกฟาสต์ฟูดส์ ที่ไม่สามารถสั่งนอกเมนูได้

ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ ไปดูข้อต่อไปกัน

3. สั่งอาหารที่คิดว่าเหมาะกับการลดน้ำหนักมากที่สุด
ลองเปิดเมนูอาหารซ้ำไปซ้ำมา ค่อยๆพิจารณาทีละจานว่าแต่ละจานใช้ส่วนประกอบอะไรบ้าง มีน้ำมันเยอะไหม มีแป้งเยอะ
ไหม ใช้เนื้อส่วนไหน (ติดมันไม่ติดมัน) เพราะบางครั้งการพิจารณาส่วนประกอบของอาหารก็ช่วยเราลดแคลอรี่ได้

แนวทางในข้อนี้ คือ

พยายามเลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้มและนึ่ง
หลีกเลี่ยงอาหารผัด อาหารทอด หรือแกงกะทิ
เลือกจานอาหารที่มีผักเยอะๆ
เลือกเมนูที่คิดว่าแป้งน้อย หรือเมนูที่ใช้ธัญพืชเป็นส่วนประกอบได้ยิ่งดี
อย่าเลือกตามเพื่อน ใช้แนวทางของตนเอง
เลือกเนื้อปลาแทนเนื้อหมูและเนื้อไก่
หลีกเลี่ยงอาหารทะเล เช่น หมึก กุ้ง เพราะมีคอเลสเตอรอลสูง
4. พยายามปิดหู ปิดตา
บ่อยครั้งที่เจ้าเพื่อนของคุณมักจะสั่งอาหารแนะนำของร้าน ถ้าเป็นอาหารจานเดียวจานใครจานมัน เช่น สเต็ก ก็ยังไม่ค่อยมีผลต่อเราเท่าไร แต่ถ้าเป็นร้านอาหารไทย ที่มักสั่งอาหารเป็นกับข้าวแล้วทานด้วยกัน อันนี้น่าเป็นห่วง เพราะคุณจะเผลอทานอาหารที่ไม่เหมาะกับการลดน้ำหนักเท่าไร

นอกจากนี้อาจต้องปิดตาไม่มองไปที่โฆษณาที่อาจวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าคุณ เช่น

เนื้อไก่อบพริกไทยสูตรใหม่ รสเด็ด สั่งเลย
เนื้อวัวชั้นดีจากเกาหลี
ข้าวผัดมันกุ้งรสเด็ด
ขาหมูเยอรมันลดราคา 30%
ไก่ทอดรสเด็ด กรอบนอกนุ่มใน
พิซซ่า ซื้อ 1 แถมอีก 1
แนวทางในข้อนี้ คือ


อาหารลดน้ำหนัก จะลดน้ำหนัก แต่ต้องไปทานอาหารนอกบ้าน ทำอย่างไรดี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/อาหารลดน้ำหนัก/

หน้า: [1] 2 3 ... 7
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คลับแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการ โปรโมชั่น ประกันภัย อุปกรณ์แต่งรถ บริการหลังขาย