แสดงกระทู้ - siritidaphon
แม็ก ยาง ราคาพิเศษ

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2
1
กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวัง และแนวทางป้องกันหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อซิกาที่พบเด็กทารกศีรษะเล็ก 2 รายว่า ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า เป็นเคสที่พบน้อยมาก ไม่ใช่ว่าหญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะคลอดเด็กศีรษะเล็กทุกคน

เพราะสาเหตุไม่ใช่เพียงเชื้อซิกา แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก อาทิ หัดเยอรมัน เป็นต้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการป้องกันยุงไม่ให้ยุงกัด โดยการกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลาย และกำจัดยุงตัวแก่ จึงควรถือวิกฤติเป็นโอกาสในการร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย พร้อมทั้งภาครัฐก็จะไปช่วยในเรื่องพ่นหมอกควันยุงตัวแก่ โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ซึ่งการกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลายไม่ใช่แค่ในบ้าน แต่ในโรงเรียน วัด สถานที่ต่างๆ ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งขณะนี้น่าตกใจว่ากลับพบลูกน้ำยุงลายมากในวัด ซึ่งก็ลงพื้นที่ไปให้ความรู้ และช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายอยู่

ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำชับให้มีการเฝ้าระวังและป้องกันโรคซิกาอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องของการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยซิกาเป็นพิเศษ โดย น.พ.โสภณ กล่าวว่า ดัชนีลูกน้ำยุงลายบางสถานที่ถือว่าน่าเป็นห่วง โดยศาสนสถานพบร้อยละ 60.47 โรงเรียนร้อยละ 41.40 โรงงานร้อยละ 38.10 และโรงพยาบาลร้อยละ 27.59 ส่วนในบ้านประชาชนแหล่งที่พบลูกน้ำยุงลายในภาชนะมากที่สุด คือ ภาชนะที่เก็บน้ำใช้พบถึงร้อยละ 70 รวมทั้งในภาชนะที่ไม่ใช้ประโยชน์ และยางรถเก่า

นอกจากนี้ จากการทำโพลเกี่ยวกับการรับรู้ซิกาของประชาชน พบว่า ประชาชนรับรู้และตื่นกลัวต่อโรคซิกาถึง 80% แต่พฤติกรรมการจัดการกับปัญหายังไม่ดี คือ มีการลงมือปฏิบัติเพื่อป้องกันเชื้อซิกา เช่น กำจัดลูกน้ำยุงลาย เพียง 50-60% เท่านั้น ซึ่งย้ำว่าการจะควบคุมโรคนี้ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน อย่างบางแห่งสอบสวนโรคพบผู้ป่วยแต่ละแวกบ้านแถวนั้นไม่ยอมให้เข้าไปกำจัดยุง

ช่วงฤดูฝนของทุกปีเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคและส่วนใหญ่จะเพาะพันธุ์ในแหล่งน้ำที่สะอาดบริเวณบ้านเรือน ได้แก่ โอ่งน้ำ แจกัน จานรองขาตู้กันมด รวมถึงกระป๋อง กะลา ยางรถยนต์ที่มีน้ำขัง เป็นต้น รัฐบาลออกมาตรการรณรงค์ ให้ประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายเหล่านี้

เพื่อลดอัตราการเกิดโรคไข้เลือดออกในประเทศให้หมดสิ้นไปหลายๆ ครัวเรือนใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ “ทรายกำจัดลูกน้ำยุง” และผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีการขึ้นทะเบียนกับอย.ทั้งในรูปแบบทรายและรูปแบบเม็ด แต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปจะเคลือบด้วยสารเคมีสำคัญ คือสารทีมีฟอส (temephos) อยู่ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphate)

โดยทั่วไปแล้วทรายทีมี ฟอส 1 % นำไปใส่ในน้ำเพื่อให้ได้ความเข้มของสารทีมีฟอส 1 ppm หรือ 1 มิลลิกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้ หากผลิตภัณฑ์มีความเข้มข้นของสารทีมีฟอส มากกว่า 1 % ให้ใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์

ในสภาวะการใช้น้ำปกติทรายกำจัดลูกน้ำยุงที่มีคุณภาพควรออกฤทธิ์ในการควบคุมลูกน้ำยุงได้นาน 3 เดือน แต่หากผลิตภัณฑ์ระบุว่า “กำจัดลูกน้ำยุงได้นาน 3 เดือน โดยไม่มีการเติมน้ำในภาชนะนั้นอีก” หมายความถึงผลิตภัณฑ์นั้นจะมีประสิทธิภาพได้นาน 3 เดือน เฉพาะในกรณีที่ไม่มีการเติมน้ำลงในภาชนะนั้นอีก สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้หากผู้บริโภคต้องเลือกซื้อ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทรายทีมีฟอสผู้บริโภคต้องศึกษารายละเอียดให้แน่ชัดเสียก่อน

ผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.โดยสังเกตจากการแสดงเลขทะเบียนวัตถุอันตรายทางสาธารณสุข (วอส.) ในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลากตัวอย่างเช่น เป็นต้น ไม่ใช้ทรายกำ จัดลูกน้ำ ยุงกับน้ำ ที่นำ มาดื่มหรือกิน หากสัมผัสโดยตรงกับทรายกำจัดลูกน้ำยุง หรือน้ำที่มีทรายกำจัดลูกน้ำยุง อาจมีอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังการใช้ หากมีอาการปวดศีรษะ เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และได้รับสารพิษของทรายกำจัดลูกน้ำยุง ให้รีบพบแพทย์ทันที

หลังจากใช้ทรายกำจัดลูกน้ำยุงไปแล้วควรสังเกตว่ายังมีลูกน้ำยุงหรือไม่ หากยังพบอยู่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงในแหล่งน้ำน้อยเกินไป มีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำมากเกินไป ทำให้ความเข้มข้นของสารทีมีฟอสไม่เพียงพอที่จะมีฤทธิ์กำจัดลูกน้ำยุง อาจเสื่อมสภาพหรือใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงนาน เกิน 3 เดือน

รองเลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า วิธีเบื้องต้นที่จะป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออกที่มียุงเป็นพาหะนำโรคได้นั้นคือ ต้องป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยการสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทาผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง ใช้มุ้งหรือมุ้งลวด จัดสภาพแวดล้อมไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ปิดภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิด หรือใช้ตาข่ายไนล่อนหรือผ้าขาวบางปิดปากโอ่งเพื่อ ป้องกันยุงลงไปวางไข่



ชวนกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลาย กำจัดลูกน้ำ  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

2
ส้วมราดไม่ลง มี 2 สาเหตุ คือ มีสิ่งอุดตัน และส้วมเต็มเพราะน้ำซึ่งกรณีนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

วิธีแก้ปัญหา ส้วมราดไม่ลงเพราะมีสิ่งอุดตัน

สิ่งอุดตันอาจเกิดจากอุจาระแข็งและก้อนใหญ่ หรือสิ่งอื่นๆหล่นลงในโถส้วมเช่นก้อนสบู่ เศษผ้า ถุงพลาสติก กระดาษ ฯลฯ.ไปกองรวมกันอยู่ที่ข้องอ ทำให้เกิดการขวางทางของน้ำ เมื่อราดน้ำแล้วน้ำจะเอ่อเต็มอ่างส้วมหรือน้ำไหลลงช้า

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น กรณีส้วมราดไม่ลง ให้ใช้ยางปั๊มส้วม(ราคาไม่เกิน60บาท)ปั๊มขณะที่น้ำเอ่อ หรือให้น้ำท่วมยางปั๊ม จากนั้นก็ กดปั๊มๆๆ แล้วราดน้ำดู 70%ได้ผลตามที่แนะนำเพียงใช้ยางปั๊มให้ถูกวิธี
*****
*****

ความแตกต่างระหว่างส้วมเต็มกับส้วมอุดตัน
ลักษณะของส้วมเต็ม เมื่อราดน้ำ สิ่งขับถ่ายจะไม่ลง และต้องเทน้ำเยอะๆ ต้องราดหลายครั้งมันจึงจะลง ซึ่งต่างจากส้วมมีสิ่งอุดตัน ราดอย่างไรก็ไม่ลงและน้ำจะเอ่อเต็มส้วม พอทิ้งไว้สักพักน้ำก็จะค่อยๆแห้งหายไป
ส้วมเต็ม เรียกรถบริการมาดูดส้วมอย่างเดียวครับ..ไม่ต้องทำอย่างอื่น



ข้อสังเกตส้วมมีสิ่งอุดตันไหม?

การทิ้งช่วงใช้จะทำให้น้ำค่อยๆซึมลงหายไป เช่น พอทิ้งไว้สักพักหรือหนึ่งวันก็ราดลงแต่ทำได้แค่ครั้งเดียว ครั้งต่อไปน้ำไม่ลง นั่นหมายความว่า ในท่อส้วมมีสิ่งอุดตัน แนะนำลองใช้ยางปั๊มส้วมดูก่อนนะครับ
ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วก็ไม่ดีขึ้น
ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องลองใช้โซดาไฟ ที่จริงไม่อยากแนะนำให้ใช้เพราะมันเป็นเคมีและตัวมันเองอาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อตันจากการละลายไม่หมดและจับตัวกันเป็นก้อน
แต่ส้วมที่ลาดไม่ลงแล้ว ทุกข์หนักวันนี้ของท่านจะเอาไปไว้ที่ไหน..ก็เลยจำเป็นต้องใช้


วิธีใช้โซดาไฟ

ปั๊มน้ำในโถส้วมให้เหลือน้อยที่สุด ให้แห้งเลยก็ได้ แล้วเทน้ำของโซดาไฟที่ละลายน้ำแล้วลงไป ทิ้งไว้สักพัก กดน้ำดู ถ้าโอเค! ก็จบ ขอให้โชคดี..
ถ้าไม่โอเค ก็ลองอีกสักรอบ ทำทั้งปั๊มและโซดาไฟ..และถ้าไม่ได้ผลจริงๆก็ต้อง…
ต้องเปิดบ่อส้วม ฐานส้วม ออกมาดูครับ เพื่อหาสิ่งอุดตัน ส่วนมากสิ่งอุดตันจะกองอยู่ในข้องอ ก็หาวิธีเอาออกเสีย (แนะนำให้เปิดที่บ่อส้วมก่อนหากสิ่งอุดตันอยู่ไม่ไกลจากบ่อส้วมก็อาจแก้ปัญหาได้)หน้านี้มีประโยชน์โปรดส่งต่อให้เพื่อนบ้านด้วยครับอย่างน้อยรู้ไว้ดีกว่าไม่รู้


บริการแก้ส้วมราดไม่ลง ส้วมตัน ที่ไหนดี?

หลายท่านโทรหาผมให้ผมแนะนำช่างให้ บางรายก็อยากให้ผมไปแก้ให้ ก็ต้องขออภัยที่ไม่อาจให้บริการได้นะครับ
ผมขอแนะนำหน่วยงานที่ให้บริการดังนี้ครับ ให้โทรติดต่อที่หน่วยงานเขตของท่านครับ เช่น เทศบาล อบต. เขาจะมีรถคอยให้บริการในราคาที่ไม่แพง ส่วนจะรับแก้หรือรื้อท่อส้วมไหม? ก็ต้องสอบถามกันเอาเอง

หากติดต่อหน่วยงานนั้นไม่ได้ ใช้บริการที่นี่เลยครับ อ้อ..ควรสอบถามราคาก่อนนะครับ..





สำหรับส้วมราดไม่ลง ส้วมตัน ส้วมเต็ม  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

3
ยุงลายที่กัดเราแล้วจะทำให้เป็นโรคไข้เลือดออกมีเฉพาะยุงลายตัวเมียเท่านั้น เพราะยุงลายตัวเมียต้องการโปรตีนจากเลือดเพื่อสร้างไข่ และมักจะออกหาเหยื่อในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน ฉะนั้นช่วงกลางวันจึงเป็นช่วงเวลาอันตรายที่ต้องเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัดมากที่สุด แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาไหน ๆ ก็อย่ายอมให้ยุงมาดูดเลือดเลยน่าจะปลอดภัยกว่า

– ยุงกัดเพราะอะไร ระวังไว้ ก่อนป่วยไข้เลือดออก !

– มาดูกัน…ยุงชอบกัดคนประเภทไหน

ไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก ไม่จำเพาะอาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่ที่เป็น ไข้เลือดออก อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิต ทั้งนี้ลักษณะที่สำคัญของ ไข้เลือดออก มีอาการสำคัญ 4 ประการคือ

1. ไข้สูงลอย : ไข้ 39-40 องศาเซลเซียส มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน

2. อาการเลือดออก : เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว

3. ตับโต

4. ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก : มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ

ตับอักเสบจากไข้เลือดออก อีกหนึ่งอาการที่ต้องระวัง

อาการตับอักเสบอย่างรุนแรง สามารถพบได้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นกรณีที่เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายตับ หรือเกิดจากการที่ตับถูกทำลายเพราะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นหากมีอาการไข้เลือดออกแล้วก็ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดหากเกิดอาการตับอักเสบจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที

ลักษณะตุ่มไข้เลือดออก

ตุ่มโรคไข้เลือดออกจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัด แต่จะสังเกตได้ว่า ถ้าเป็นไข้เลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยด่วน

ไข้เลือดออกมีกี่ระยะ

ระยะฟักตัวของไข้เลือดออกจะอยู่ในช่วง 3-5 วัน และอาการไข้เลือดออกสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ระยะไข้สูง

ผู้ป่วยจะมีไข้สูงฉับพลัน ไข้จะสูงค้างอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา โดยที่กินยาลดไข้ก็ยังบรรเทาไข้ไม่ได้ ร่วมกับอาการหน้าแดง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และบางรายมีอาการอาเจียนเป็นพัก ๆ หรืออาจมีอาการท้องผูกหรือถ่ายเหลว และบางคนอาจมีอาการเจ็บคอ ไอเล็กน้อย ทว่าในระยะ 3 วันที่ป่วยตุ่มอาจยังไม่ขึ้นให้เห็นชัด ๆ

ระยะที่ 2 ระยะช็อกและมีเลือดออก

อาการนี้จะพบในช่วงระหว่างวันที่ 3-7 ของการป่วย และมักจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ป่วยจากเชื้อเด็งกีที่มีความรุนแรงขั้นที่ 3 และ 4 ซึ่งระยะนี้ถือเป็นช่วงวิกฤตของโรค อาการไข้ของผู้ป่วยจะเริ่มลดลง แต่กลับอาเจียน ปวดท้องบ่อยขึ้น ซึมมากขึ้น ตัวเย็น มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย เหงื่อแตก ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นแผ่วแต่เร็ว และความดันต่ำ ซึ่งเป็นภาวะช็อก และหากไม่ได้รับการรักษาภายใน 1-2 วัน อาจทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการเลือดออกตามผิวหนัง (มีจ้ำเขียวพรายย้ำขึ้น) เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือดหรือสีกาแฟ ถ่ายเป็นเลือด ซึ่งหากอยู่ในภาวะนี้อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น โดยหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจเสียชีวิตภายใน 24-27 ชั่วโมง แต่หากผู้ป่วยสามารถประคองอาการให้ผ่านพ้นระยะนี้มาได้ ก็จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ของโรคไข้เลือดออก



โรค ไข้เลือดออก ทางที่ดีที่จะป้องกันโรคไข้เลือดออกในเบื้องต้น  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

4
 แนะนำอีกวิธีที่ใช้ได้ผล คือ เทนำ้ตาลอ้อย หรือ โมลาส หรือนำ้ตาลอะไรก็ได้ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีลงไปในชักโครก สักหนึ่งกก.ระยะแรกห่างประมาณ 1 เดือน จากนั้นเทหห่าง สัก สามเดือนต่อครั้ง เพราะน้ำตาลจะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ทำให้มีจุลลินทรีย์เติบโตและมีปริมาณมากพอที่จะกินของเสียได้หมด ทำเช่นนี้ส้วมจะไม่มีกลิ่นแล้วไม่เต็มด้วย แม้ว่าจะเปิดฝาก็ไม่เหม็น ที่บ้านอยู่มาสิบปีแล้วไม่เคยดูดส้วมเลย ใช้หลักการเดียวกับเรื่องจุลินทรีย์ชีวภาพ

ส้วมเต็มเร็ว ถ้าไม่ใช่อุดตันจากขยะหรือสิ่งขับถ่าย ก็มีสาเหตุจาก

1.น้ำใต้ดินไหลเข้าบ่อส้วม
ทำไมน้ำใต้ดินไหลเข้าบ่อส้วม(บ่อปูน)ทั้งที่ไม่เคยเป็น…
ที่เคยประสบมาคือบ้านของตัวเองมีการใช้น้ำมากขึ้น หรือบริเวณใกล้ๆมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย โรงงาน มากขึ้น จึงมีการใช้น้ำมากขึ้น น้ำจึงอยู่ใต้ดินมากขึ้น ระดับน้ำก็สูงขึ้น ทำให้ไหลเข้าบ่อส้วมตามธรรมชาติของน้ำ

พิสูจน์สิ่งที่ผมกล่าวมาว่าจริงไหม..ให้เปิดฝาบ่อส้วมดูก็ได้ครับจะเจอน้ำเต็มบ่อ หรือให้ขุดดินข้างบ่อลงดู ขุดลงไปประมาณ50cm ถ้าเจอน้ำแสดงว่าใช่ เมื่อเรียกรถดูดส้วมมาดูด ก็จะได้แต่น้ำ และมองเห็นน้ำไหลซึมเข้าบ่อ..
ถ้าไม่ได้เข้าไปดูเขาดูดส้วมด้วยตัวเอง ก็ควรถามคนดูดส้วมดูนะครับว่าส้วมราดไม่ลงเพาะอะไร..และจะแก้ไขอย่างไรดี?

เมื่อเป็นเช่นที่กล่าวมาแล้วจะแก้อย่างไร?
การแก้ไขมีหลายวิธี แล้วแต่สถานที่ ต้องแก้ไขนะครับ เรียกรถบริการบ่อยๆ ไม่คุ้ม ถ้าแก้ไขถูกวิธีปัญหาเรื่องนี้ก็จะหมดไป

2.น้ำจากท่อน้ำทิ้งสาธารณะไหลย้อนเข้าบ่อส้วม เพราะวางบ่อส้วมต่ำกว่าระดับน้ำทิ้ง
บ้านสร้างใหม่ใช้ถังแช็คส้วมเต็มเร็ว ที่เคยพบจากลูกค้าที่โทรฯมาสอบถาม ส่วนมากจะเป็นส้วมที่วางท่อน้ำทิ้งต่ำกว่าระดับท่อน้ำทิ้งสาธารณะหรือต่ำกว่าระดับน้ำท่วม เมื่อน้ำเยอะก็ไหลย้อนเข้าบ่อส้วมทำให้ส้วมเต็ม

มาดูวิธีแก้ส้วมเต็มเร็วที่เคยใช้กับอาคารห้องเช่าดูนะครับ..มีดังนี้

1.แก้ไขชั่วคราว ใช้ปั๊มไดโว่ ปั๊มน้ำออก ปั๊มนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแต่ละพื้นที่และต้องปั๊มบ่อยๆ

2.ถ้าระดับน้ำที่ขังในบ่อส้วมสูงกว่าระดับน้ำท่อน้ำทิ้ง ให้ใช้ท่อขนาด 2″-3″ ต่อจากบ่อส้วมในระดับที่น้ำสามารถไหลออกได้มากที่สุด ถ้าวิธีนี้แก้ได้ก็จบ แต่ถ้าทำแล้วน้ำไม่ไหลออกไปเลย แสดงว่า ระดับน้ำเท่ากัน วิธีนี้ก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้

3.แก้โดยยกระดับฐานส้วมให้สูงขึ้น โดยให้ปลายท่อส้วมสูงกว่าระดับน้ำในบ่อส้วมอย่างน้อย 15-30cm. ให้ปรึกษาช่างอีกที

4.สร้างส้วมใหม่ ถ้าไม่อาจแก้ไขได้ตามข้อ 2,3 (ขอให้แก้ไขได้นะครับ)



มาดูวิธีแก้ ส้วมเต็ม เร็วที่เคยใช้กับอาคารห้องเช่า เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

5
พยาบาล แมว ผู้บำบัดความเครียด เรารู้กันอยู่แล้วว่าเจ้าเหมียวนั้นมีความอินดี้ แต่มันก็มีมุมที่น่ารักและตลกในเวลาเดียวกัน หลายครั้งที่มักทำอะไรเอ๋อๆ หรือผิดพลาดให้เราเห็นอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เราจะหลุดขำก๊ากออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และนี่คงเป็นความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าเหมียวทำให้เราผ่อนคลายความเครียดลงไปได้

เจ้าเหมียวในบ้านเรามักเลื่องชื่อเรื่องความอินดี้ รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากการทำกายกรรมแปลกๆ แล้ว เพื่อนๆ ลองเดาดูสิคะว่าเจ้าเหมียวนั้นทำอะไรได้อีกบ้าง บอกได้เลยค่ะว่าเรื่องนี้มีสาระดีๆ อย่างแน่นอน โดยสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เหมาะกับคนที่มีความเครียดสะสมอยู่พอสมควรค่ะ เรามาดูกันว่าเจ้าเหมียวนั้นจะช่วยคลายความเครียดได้อย่างไร

1.ช่วยสร้างเสียงหัวเราะ
มหาวิทยาลัยโลมา ลินดา ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ได้ทำการสำรวจคนที่ชอบดูวิดีโอพฤติกรรมขำๆ ของแมว พบว่า ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ต่อมหมวกไตหลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียดได้ เพราะเจ้าเหมียวนั้นทั้งน่ารักและตลก หลายๆ ครั้งมักทำอะไรเด๋อๆ ให้เราเห็นอยู่เสมอ มันก็ไม่แปลกที่เราจะหลุดปล่อยก๊ากออกมา นอกจากจะลดความเครียดได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นความทรงจำระยะสั้นได้ดีด้วย ขณะเดียวกันมีผลสำรวจบอกว่า การหัวเราะยังช่วยให้ระบบองค์รวมของร่างกายทำงานดีขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ แหม… มีดีด้านนี้ก็ไม่บอกนะเหมียว

2.เสียงร้องเหมียวๆ ช่วยผ่อนคลาย
มีผลการศึกษาที่บอกว่า เสียงร้องเหมียวๆ ของแมวช่วยลดความเครียดให้เจ้าของได้ รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตด้วย เสียงร้องของแมวมีความถี่ตั้งแต่ 20-140 เฮิรตซ์ ตรงกับความถี่ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่า ช่วยบรรเทาอาการป่วยของหลายๆ โรคด้วยกัน เช่น ลดระดับความดันในเลือด เป็นต้น

3.สามารถเป็นผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ได้
แมวเป็นสัตว์ที่มีความอินดี้อยู่ในตัว ดูแลตัวเองได้ดี แถมยังขี้อ้อนบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งถ้าหากในบ้านของคุณมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การมีแมวอาศัยอยู่ด้วยก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลน้อยลงค่ะ แถมยังช่วยให้ผู้ป่วยนั้นมีความสุขมากขึ้น อีกทั้งเจ้าเหมียวเองเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่สุด เพราะเนื่องจากว่าเจ้าแมวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องการการดูแลน้อยกว่าน้องหมานั่นเองจ้า

4.ช่วยรักษาระดับความดันเลือด
จากการวิจัยของศูนย์ศึกษาการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ของมหาวิทยาลัยมิสซูรี พบว่า การเลี้ยงและการได้เล่นกับน้องแมวนั้น จะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ได้น้อยลง และจากผลข้างต้นนี้เองที่เป็นผลทำให้ความดันเลือดอยู่ในระดับที่สมดุล เยี่ยมไปเลยนะเจ้าเหมียว


พยาบาล แมว ผู้บำบัดความเครียด อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/แมว/

6
 เมื่อเกิดปัญหาท่อตัน เรามักมองหาวิธีการแก้ปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก ว่าจะทำอย่างไร ให้ท่อน้ำกลับมาระบายน้ำได้ดีเช่นเดิม ซึ่งเมื่อทำการแก้ปัญหาได้แล้ว ท่อของคุณก็มีโอกาสจะกลับมาตันได้อีกเมื่อไรก็ได้ หากคุณไม่ทราบว่า อะไรที่ทำให้ท่อของคุณตัน และจะป้องกันแก้ไขอย่างไร สิ่งที่อุดตันท่อของคุณ และวิธีการป้องกันหรือแก้ไขที่นำมาฝากในวันนี้ เป็นสิ่งที่มักอุดตันท่อเป็นประจำ ซึ่งมีดังนี้

เศษผม
สิ่งแรกซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่มักจะอุดตันท่อภายในห้องน้ำ ทั้งท่อน้ำทิ้ง และท่ออ่างล้างหน้า ก็คือ เศษผม เนื่องจากเศษผมที่หลุดร่วงจากการอาบน้ำ การหวีผมในห้องน้ำ และการตัดเล็มผมในห้องน้ำหรือหน้ากระจก ทำให้เส้นผมไหลลงในท่อระบายหรืออ่างล้างหน้า

การป้องกัน
– ควรมีฝาปิดท่อ หรือตะแกรงเพื่อกั้นไม่ให้เศษผมไหลลงไปในท่อ
– เมื่ออาบน้ำเสร็จ ควรรวบรวมเศษผมทั้งหมดที่ไหลไปรวมกันอยู่ที่ปากท่อหรือตะแกรงออกไปทิ้งในถังขยะภายนอกห้องน้ำ
– ไม่ควรพยายามดันเศษผมลงในท่อ หรือกำจัดโดยการกดทิ้งลงชักโครก เพราะอาจทำให้ท่อตันหรือส้วมตันได้

เศษอาหาร
สำหรับอ่างล้างจาน หรือท่อระบายน้ำบริเวณลานล้างจาน มักทำให้เศษอาหารเล็กๆ ลงไปอุดตันในท่อได้ หรือแม้แต่เศษอาหารใหญ่ๆ ก็สามารถลงไปได้ หากไม่มีตะแกรงปิดที่ฝาท่อระบายน้ำ

การป้องกัน
– ควรมีตะแกรงกรองที่ฝาท่อระบายน้ำ เพื่อกั้นไม่ให้เศษอาหารลงไปอุดตันท่อ
– กำจัดเศษอาหารออกจากจานก่อนที่จะนำจานไปแช่ในอ่างล้างจาน
– ไม่ฉีดน้ำแรงดันสูง หรือพยายามดันให้เศษอาหารลงไปในท่อ

คราบไขมัน และคราบสบู่ต่างๆ
คราบเหล่านี้ เมื่อเกิดการอุดตัน สามารถกลายเป็นของแข็ง หรือจับตัวเป็นก้อน จนทำให้ท่ออุดตันได้ และยังทำให้เกิดความสกปรกและเชื้อโรคในท่อได้อีกด้วย

การแก้ไข
ควรนำน้ำร้อนเดือดๆ หนึ่งหม้อ เทราดลงไปในท่อระบายน้ำในห้องน้ำ ท่ออ่างล้างหน้า ท่ออ่างล้างจาน และท่อต่างๆ ในบ้าน เพื่อละลายคราบต่างๆ ออก แต่ควรระวังหากเป็นท่อพีวีซีเพราะอาจกรอบแตกได้ง่าย

เมื่อเกิดการอุดตันด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ อย่าลืมนำวิธีดีๆ ที่นำมาฝากไปใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาท่อตันภายในบ้านของคุณนะคะ



เมื่อมีสิ่งเหล่านี้ทำให้ท่ออุดตัน กำจัดไขมัน ในท่อ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.com/

7
ปูนแดง กำจัดลูกน้ำ ยุงลาย ระเทศในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอปัญหายุงชุม ซึ่งแต่ละที่ก็มีวิธีการจัดการแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นการใช้สารเคมีพ่นเพื่อฆ่าลูกน้ำยุงลาย แต่การใช้สารเคมีอาจส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก

แต่ในวันนี้มีตัวอย่างจากหมู่บ้านหนึ่งที่สามารถจำกัดลูกน้ำยุงลายได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี หากเป็นการใช้ภูมิปัญญาของตัวเองเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา

พวกเขาหย่อนก้อนปูนสีแดงทรงกลมลงน้ำ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยมีคุณสมบัติในการกำจัดลูกน้ำยุงลายแทนทรายอะเบท ที่มีกลิ่นเหม็น และทำให้เกิดตุ่มคันกับผู้ที่แพ้ นับเป็นอีกตัวอย่างของการแก้ปัญหาจาก อสม.ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย หนึ่งในตำบลศูนย์เรียนรู้ สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ในอดีต คนในตำบลไม่มีการปิดฝาโอ่งน้ำ ภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขังก็เต็มไปด้วยลูกน้ำ ขณะที่บริเวณโดยรอบก็รกรุงรัง ไม่มีการแผ้วถางจัดการ ทั้งมีขยะเยอะ เมื่อพบปัญหาทางอสม. และสาธารณสุขจึงได้มีการจัดประชุมร่วมกันทุกภาคส่วน จนเกิดข้อตกลงร่วมกันของชาวบ้าน 3 ข้อ คือ 1. ให้ทุกบ้านรับผิดชอบทำความสะอาดบ้าน 2. ตั้งคณะกรรมการคอยสอดส่องว่ามีลูกน้ำยุงลายไหม 3. การกำหนดมาตรการด้านสังคม คือ ว่ากล่าวตักเตือนก่อน ถ้าไปเจอลูกน้ำบ้านใคร และหากไม่มีการแก้ไข ก็จะถูกประจานตามหอกระจายข่าว ทั้งไม่ให้กู้ยืมเงินของกองทุนต่างๆ ในหมู่บ้าน

นี่เป็นมาตรการที่ชาวบ้านกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมกันเอง สำหรับการแก้ปัญหาเบื้องต้น ผลลัพธ์คือ เมื่อกรรมการลงไปสำรวจ ก็ไม่พบปัญหาเหมือนแต่ก่อน แต่ครั้งนั้นชาวบ้านใช้ทรายอะเบทเพื่อควบคุมลูกน้ำยุงลาย
แต่พอมาในปี 2551 ชาวบ้านที่ใช้ทรายอะเบท เกิดผลข้างเคียงให้เกิดอาการผื่นคัน ทั้งมีกลิ่นเหม็น จึงมีประชุมอสม. จนได้ข้อเสนอให้ใช้ปูนแดงแทน เพราะจากการลงสำรวจพื้นที่ พบว่า ที่บ้านคุณยายท่านหนึ่งใช้ปูนแดงในการฆ่าลูกน้ำยุงลาย
ก่อนการนำไปใช้จริง ได้มีการทดลอง โดยการนำโหลมาสองใบ ใส่ลูกน้ำยุงลาย โหลใบแรกใส่ปูนแดง โหลใบที่สองใส่ทรายอะเบท ปรากฏว่า ทรายอะเบทฆ่าลูกน้ำยุงลายใน 4 ชั่วโมง ส่วนปูนแดงฆ่าลูกน้ำยุงลายตายใน 6 ชั่วโมง แม้จะช้ากว่า แต่ก็ใช้ได้ผลดี จึงประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านรับรู้

เมื่อทางอบต. มั่นใจแล้วว่า สามารถแก้ปัญหาได้จริง จึงได้จัดงบประมาณมาให้ อสม. ซื้อปูนแดงแจกจ่ายให้ชาวบ้านใช้
ลูกจันทร์ ซึ่งเป็นหลานของคุณยายคนดังกล่าวเล่าว่า แต่ก่อนที่ยายทอดใช้คือ ปั้นแล้วใส่โอ่งลงไปเลย แต่ทางกลุ่มมีการปรับใส่น้ำขิงลงไปในน้ำด้วย เพราะสามารถทำให้ลูกน้ำยุงลายตายได้ จึงมีแนวคิดผสมปูนเข้ากับน้ำขิง โดยใช้ปูน 4 กิโลกรัม ผสมกับน้ำขิง 5 ขีด คลุกเคล้าเข้ากัน แล้วมาปั้นเป็นก้อนตากไว้ 3 วัน ก็สามารถนำไปใช้ โดยวิธีผสมน้ำขิงจะช่วยให้ลูกน้ำตายในเวลา 5 ชั่วโมง

ทางกลุ่มจะปั้นปูนแดงขนาดเท่าลูกปิงปอง 1 ก้อนใส่โอ่งมังกร 1 ใบ หากเป็นโอ่งใหญ่อาจจะใส่ 4-5 ก้อนก็ได้ โดยจะใช้ได้ 3 เดือน แล้วเปลี่ยนใหม่ เหมือนทรายอะเบท แต่น้ำที่ใส่ทรายอะเบทจะนำมากินไม่ได้ ผิดกับน้ำที่ใส่ปูนแดง ที่สามารถนำมาใช้กิน ใช้อาบได้

ที่สำคัญ การใช้ปูนแดงยังมีราคาถูก และประหยัดกว่าใช้ทรายอะเบทอีกด้วย เพราะปูนแดง 1 ปี๊บ ราคา 300 บาท แต่ถ้าเป็นทรายอะเบทซื้อถุงใหญ่ราคา 4,500 บาท โดยในปีหนึ่ง จะใช้ปูน 5 ปี๊บ เป็นเงิน 1,500 บาท แต่ถ้าเป็นทราย ปีหนึ่งใช้หลายถุง ตกเป็นเงินหลายหมื่น



ปูนแดง กำจัดลูกน้ำ ยุงลาย เพิ่มเติมคลิ๊กทนี่http://www.bcithailand.com/

8
แปลกแต่จริงน้อง หมา ลุยเดี่ยว…เที่ยวเองไม่ง้อเจ้าของ สวัสดีค่ะวันนี้เราจะพามารู้จักกับเจ้าสุนัขแสนรู้ ที่ชื่อว่าอีคลิปส์ กันค่ะ โดนน้องหมาตัวนี้จะเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของชาวเมืองแห่งนี้ เพราะด้วยความแสนรู้และน่ารักของมันที่ขึ้นรถเมล์ด้วยตัวเอง แถมไม่ง้อเจ้าของอีกด้วยเรามาดูกันค่ะว่ากิจวัตรประจำวันของมันมีอะไรกันบ้างนะ


หากพูดถึงกิจวัตรประจำวันที่เจ้าอีคลิปส์นั้นไปเป็นประจำ นั่นก็คงจะหนีไม่พ้นที่สวนสาธารณะเพราะ ไม่ว่าจะถามใครก็ต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่อย่างแน่นอน ซึ่งเจ้าอีคลิปส์ เป็นสุนัขลาบราดอร์พันธุ์ผสม สีดำ แห่งเมืองซีแอตเทิล


รัฐวอชิงตัน เหตุที่ใครๆก็ต่างรู้ว่าที่โปรดมันคือที่นี้นั่นเพราะว่า เมื่อก่อนนั้นเจ้านายของมันได้พามันมาเดินในสวนสาธารณะแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่หากครั้งไหนที่เจ้านายของมันไม่ว่างพาไปแล้วหล่ะก็ มันก็ไม่โดดขึ้นรถเมล์แล้วมาเดินเล่นเองจนเป็นภาพชินตาของคนในเมืองนี้ไปแล้ว หมาติดเที่ยว2ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ปี2017 เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล เผยว่าจุดเริ่มที่ทำให้เจ้าอีคลิปส์มักจะขึ้นรถเมล์ไปเที่ยวแบบฉายเดี่ยวที่สวนสาธารณะเองนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนในขณะที่ เจฟฟ์ ยัง เจ้านายของเจ้าอีคลิปส์ นั้น

ได้พามันมารออยู่ที่ป้ายรถเมล์ เจ้าอีคลิปส์ นั้นมีท่าทีที่ตื่นเต้นและรู้ดีว่าเจ้านายกำลังจะพามันไปเที่ยว และเมื่อรถเมล์สาย D มาถึง มันจึงรีบกระโดดเข้าประตูรถไปทันที

และหลังจากนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เจฟฟ์ไม่ว่างหรือชักช้า เจ้าอีคลิปส์ก็จะจัดการขึ้นรถเมล์สาย D ไปยังสวนสาธารณะที่เป็นเป้าหมายของมันด้วยตัวเองทุกครั้ง และเจ้าอีคลิปส์ก็กลายมาเป็นที่รู้จักของคนขับรถเมล์สาย D ทุกคน แถมยังเป็นภาพที่ชินตาของผู้คนที่ขึ้นรถสายนี้ไปแล้วด้วยล่ะ

และด้วยความน่ารักของมันจึงทำให้ผู้โดยสารเป็นอันต้องยิ้มออกทุกครั้งที่ได้เห็นมัน และไม่นานเรื่องราวของมันก็ได้กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่ว จนเจ้าอีคลิปส์มีแฟนคลับจำนวนมากและมีคนถ่ายได้ภาพของมัน จนถึงขั้นนำมาจัดทำเป็นโฟโต้บุ้คจำหน่ายกันเลยทีเดียวเจฟฟ์เล่าว่า ถึงแม้เจ้าอีคลิป์นั้นจะเป็นที่รู้จักไปทั่วแล้ว เขาก็ยังได้รับโทรศัพท์ที่โทรมาแจ้งว่ามันหลงทางอยู่บ่อยๆเหมือนกัน แต่เขาก็ได้ตอบกลับทางปลายสายไปเพียงว่าขอบคุณมาก และมันยังสบายดีอยู่เขารับรู้เสมอว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ นับว่าเป็นเรื่องราวน่ารักๆของน้องหมาแสนรู้ที่ชอบไปเที่ยวด้วยตัวเอง แถมไม่ทำความเดือดร้อนให้กับใครอีกด้วยนะคะ



แปลกแต่จริงน้อง หมา ลุยเดี่ยว…เที่ยวเองไม่ง้อเจ้าของ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/หมา/

9
 การแก้ปัญหาน้ำเสียมีทั้งมาตรการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือ การบำบัด การกำจัดหรือหมุนเวียนของเสียต่าง ๆ

จากกระบวนการทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การแสวงหาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีมาตรการทางกฎหมาย ข้อบังคับมาตรฐานต่าง ๆ ตลอดจนการจัดตั้งองค์กร และการใช้อำนาจทางการบริหารเข้าเสริมในการป้องกันแก้ไข การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขที่ใช้มาตรการทั้งทางกฎหมาย ทางการบริหาร และทางเทคโนโลยีร่วมกันในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและมลพิษต่าง ๆ

วิธีป้องกันน้ำเสียด้วยตัวเอง

ชีวิตเราเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ ถ้าเรารู้จักวิธีใช้ที่ถูกต้อง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว เช่น ลดค่าน้ำประปา ลดค่ากระแสไฟฟ้า ลดค่าเครื่องสุขภัณฑ์ ท่านสามารถลองปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้

การอาบน้ำ

ควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็นหรือก่อนนอน หรือภายหลังจากการออกกำลังกาย 30 นาที และควรอาบน้ำตามหลักความประหยัดดังนี้

ใช้น้ำ 1-2 ขันชโลมร่างกายเปียกให้ทั่ว ใช้ฟองน้ำหรือผ้าบางๆ เช็ดถูร่างกาย และจึงใช้น้ำ 1-2 ขันชำระร่างกายอีกรั้ง

นำสบู่ชนิดที่เป็นด่างอ่อน ไม่เจือสีฉูดฉาด และมีกลิ่นไม่แรงเกินไป

เริ่มฟอกสบู่ที่มือก่อน ล้างมือให้สะอาดแล้วจึงฟอกสบู่ที่ใบหน้า และลำคอแล้วล้างสบู่ออก จากนั้นจึงฟอกสบู่ที่ลำตัว แขน ขา ไปตามลำดับ พร้อมทั้งบีบนวดเบาๆ ที่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

อาบน้ำด้วยฝักบัว ระหว่างเช็ดถูร่างกาย หรือฟอกสบู่ให้ปิดน้ำก่อนทุกครั้ง

อาบน้ำในอ่างน้ำ ควรชำระร่างกายตามที่กล่าวในข้อแรกก่อน ถ้าอ่างน้ำมีระบบน้ำร้อนน้ำเย็น ควรเปิดน้ำเย็นก่อน แล้วจึงเปิดน้ำร้อน ปรับอุณหภูมิ ผสมสบู่เหลวแล้วจึงเทลงไปแช่ตัวในอ่าง แล้วออกจากอ่างน้ำมาอาบน้ำด้วยขันหรือฝักบัว เพื่อชำระร่างกาย น้ำสบู่อาจใช้ร่วมกันได้สำหรับสมาชิกในครอบครัว



การป้องกัน น้ำเน่าเสีย เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

10
วิธีแก้ปัญหา ส้วมเต็ม แบบง่าย และประหยัดงบประมาณ ปัญหาส้วมเต็ม เป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ ไม่รู้จะแก้อย่างไร เรามีคำตอบ
สาเหตุ. คือ เป็นระบบส้วมซึม ใช้วงบ่อเป็นที่เก็บปฏิกูล (บ่อเกรอะ) อาศัยการซึมของ

น้ำปฏิกูลออกสู่ดินภายนอก แต่ปัญหาใหญ่คือ หลายหมู่บ้านดินบริเวณโดยรอบเป็น
ดินเหนียว ซึ่งน้ำซึมได้ยากจึงกักเก็บน้ำไว้ ยิ่งมีบ้านข้างเคียงจำนวนมาก น้ำใต้ดินก็จะ
ซึมหากันจนอิ่มตัว ไม่สามารถระบายออกภายนอกโดยการซึมได้ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน
น้ำก็จะซึมเข้าบ่อได้มาก จนสูบส้วมได้ 2 วัน ก็เต็มอีกแล้ว (มีแต่น้ำ)

วิธีแก้ปัญหา 1. ติดตั้งถังบำบัด (ถังแซทส์) เพิ่ม โดยต่อออกจากบ่อเก็บปฏิกูลเดิม แล้วระบายน้ำที่บำบัดแล้วออกสู่ท่อน้ำทิ้ง แต่ถังบำบัดมีราคาสูง อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องพิจารณาอีกที

2. แบบประหยัดงบประมาณ และง่าย ทำได้ดังนี้

1) ขุดฝังวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 เมตร จำนวน 3-4 วงซ้อนกัน ซึ่งต่อไปเรียกว่า บ่อบำบัด

2) แบ่งกึ่งกลางของวงบ่อด้วยการก่ออิฐกัันให้สูงไม่เกินปากท่อที่ต่อจาก บ่อเกรอะเข้ามายังบ่อบำบัด

3) เจาะบ่อบำบัดด้านข้างเพื่อวางท่อระบายน้ำที่บำบัดแล้ว ให้ไหลสู่ ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก โดยวางในตำแหน่งที่มีระดับปากท่อเสมอกับ

ผนังอิฐที่กั้นกลางบ่อ และให้ปลายท่อลาดเอียงต่ำลงไปยังร่องหรือท่อ ระบายน้ำหลัก และต้องให้ปลายท่ออยู่ด้านบนของร่องหรือท่อระบายน้ำหรือสูงกว่าระดับน้ำในร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก เพื่อป้องกันน้ำในระบาย หรือท่อระบายน้ำหลัก ไหลกลับเข้าไปในบ่อบำบัด

4) ปิดปากท่อที่ระบายน้ำจากบ่อบำบัดสู่ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก ด้วย ฝาครอบ PVC ที่เจาะรู ขนาด 1/2 นิ้ว ให้มากที่สุดเท่าที่จะเจาะได้
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมีเดียไหลหลุดออกไปภายนอกได้

5) ใส่ลูกมีเดียเพื่อเป็นที่จับเกาะของแบคทีเรียที่ช่วยย่อยสิ่งปฏิกูล จำนวน 100 – 200 ลูก หรือมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

6) ปิดฝาวงบ่อที่มีฝาครอบทองเหลืองสำหรับเปิดเพื่อดูดส้วมทั้ง 2 ด้าน ให้ตรงกับส่วนที่แบ่งกั้นของบ่อบำบัด


วิธีแก้ปัญหา ส้วมเต็ม แบบง่าย และประหยัดงบประมาณ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/

11
แนวทางการรักษาโรค ไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออก ไม่มีการรักษาเฉพาะ การรักษาเป็นเพียงการประคับประคองอย่างใกล้ชิดโดยการเฝ้าระวังภาวะช็อก และเลือดออก และการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมก็จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง โดยทั่วไปการดูแลผู้ป่วยโรค ไข้เลือดออก มีแนวทางการดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้

1. ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ยาลดไข้ที่ควรใช้คือ พาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาจำพวกแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เกล็ดเลือดผิดปกติ และระคายกระเพาะอาหาร

2. ให้สารน้ำชดเชย เนื่องจากผู้ป่วยไข้เลือดออก มักมีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร และอาเจียน ในรายที่พอทานได้ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ ในรายที่ขาดน้ำมาก หรือมีภาวะเลือดออก เช่น อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือดต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้สารน้ำทางเส้นเลือด

3. ติดตามดูอาการใกล้ชิด ถ้าผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

4. ตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะ เพื่อใช้พิจารณาปริมาณการให้สารน้ำชดเชย

จะทราบได้อย่างไรว่าผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว

ผู้ป่วยไข้เลือดออก หากมีอาการไข้ลดลง ภายใน 24-48 ชั่วโมง แล้วเริ่มกินอะไรได้ รู้สึกตัวดี ไม่ซึม แสดงว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

การปฏิบัติเมื่อมีคนในบ้าน/ข้างบ้านเป็น ไข้เลือดออก

เนื่องจากไข้เลือดออกระบาดโดยมียุงเป็นตัวแพร่พันธุ์ ดังนั้นเมื่อมีคนในบ้านหรือข้างบ้านเป็นไข้เลือดออก ควรจะบอกคนในบ้านหรือข้างบ้านว่า มีคนเป็นไข้เลือดออกด้วย และแจ้งสาธารณสุขให้มาฉีดยาหมอกควันเพื่อฆ่ายุง รวมถึงดูแลให้สมาชิกในครอบครัวป้องกันการถูกยุงกัด สำรวจภายในบ้าน รอบบ้าน รวมทั้งเพื่อนบ้านว่ามีแหล่งแพร่พันธุ์ยุงหรือไม่ หากมีให้รีบจัดการและทำลายแหล่งแพร่พันธุ์นั้น เพื่อป้องกันการเป็นไข้เลือดออก

นอกจากนี้ต้องคอยระวังเฝ้าดูอาการของสมาชิกในบ้านหรือข้างบ้านว่ามีไข้หรือไม่ หากมีไข้ให้ระวังว่าอาจจะเป็น ไข้เลือดออกได้


แนวทางการรักษาโรค ไข้เลือดออก เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.com/

12
ใครคิดเลี้ยง สัตว์เลี้ยง นกค๊อกคาเทลต้องอ่าน ค๊อกคาเทล อีกหนึ่งสายพันธุ์นกที่จะทำให้คนรักนกต้องตกหลุมรัก ด้วยความฉลาด น่ารัก และมีสัญลักษณ์สีส้มที่แก้มทั้ง 2 ข้าง เหมือนเขินอายอยู่ตลอดเวลา และยังชอบร้องเพลงอีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความสวยงามของนกสายพันธุ์ต่างๆ เจ้านกที่เราจะกำลังจะแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้านกที่ว่านี้ก็คือ นกค๊อกคาเทล นกที่มีสัญลักษณ์ตรงแก้มเป็นสีส้มทั้งสองข้าง เหมือนมีอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเจ้านกค๊อกคาเทลนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

ค๊อกคาเทล เป็นนกแก้วสายพันธุ์เล็ก ซึ่งเจ้านกสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่หงอนถิ่นกำเนิดของมันอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบเสียงโหวกเหวก ถ้าเป็นนกตัวผู้จะชอบร้องเพลง หากเราฝึกดีๆ โดยการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ให้เขาฟังจนชิน บางตัวก็ถึงกับร้องเพลงได้เลยทีเดียวนะ แต่เสียงอาจจะไม่ชัดเจนเหมือนนกแก้วชนิดอื่นเท่าไรนัก ความสามารถนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเจ้านกค๊อกคาเทลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง รวมถึงเจ้านกพันธุ์นี้ยังเชื่อฟังง่าย และชอบให้เจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กับมัน เช่น ลูบหัวมันเบาๆ และหากอยากจะเลี้ยงจริงๆ ให้เลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกนกนะคะ เพราะถ้าเราสอนหรือฝึกอะไรให้เขา เขาจะทำตามอย่างเชื่อฟังมากกว่านกที่โตแล้วนั่นเองค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้านกค๊อกคาเทลที่คนเลี้ยงไว้ในบ้านนั้นจะมีแก้มสีส้ม-แดง หากเป็นแก้มสีเหลืองนั้นก็ออกจะหายากสักหน่อย บางท่านที่ซื้อพ่อพันธ์แม่พันธ์มาแบบอิมพอร์ต ราคาจะตกอยู่ราวๆ หลักหมื่นต่อหนึ่งตัว และขอแนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดนะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ และโรคไข้หวัดนกด้วยจ้า

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเจ้าค๊อกคาเทล

1. นกชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี

2. เป็นนกที่ไม่ชอบส่งเสียงดัง แต่ชอบการร้องเพลงเป็นทำนองเมโลดี้

3. มีขนาดเล็ก น่ารัก ควรเลี้ยงในกรงขนาด 2 ฟุต เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับนก 1-2 ตัว

4. หากเป็นนกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ จะรับรู้ได้เลยว่าเจ้านกน้อยมีความอ่อนโยน และเชื่องมากๆ

5. นกชนิดนี้ค่อนข้างต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และมีความอดทนค่อนข้างสูง ถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นหากนกที่คุณเลี้ยงอยู่มีอาการแปลกไปจากเดิม คุณควรพามันไปหาสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านนกโดยด่วนค่ะ

อาหารสำหรับค๊อกคาเทล

ในส่วนการให้อาหารของเจ้านกนั้นจะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ กลุ่มอาหารหลักที่เป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และผลไม้ต่างๆ อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น แครอท โดยการหั่นเป็นลูกเต๋าผสมกับเมล็ดพืชให้นกกิน แต่ควรให้ในช่วงบ่ายนะคะ เพราะยังมีกลุ่มอาหารอีกจำพวกคือประเภทผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ที่ควรให้ในช่วงเช้า ส่วนน้ำควรเปลี่ยนทุกวันเพื่อความสะอาด และเราจะได้ล้างสิ่งสกปรกที่ตกลงไปในถ้วยน้ำด้วยค่ะ

การผสมพันธุ์

ในเรื่องของการผสมพันธุ์ เจ้านกค๊อกคาเทลจะผสมพันธุ์กันอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อวัน หลังจากการผสมพันธุ์เราสามารถสังเกตได้ว่าตัวเมียจะมีอาการเข้าออกกล่องบ่อยกว่าปกติ หรือหนีไปอยู่ในกล่องเป็นเวลานานๆ นั่นคือการวางไข่ใบแรกไปจนถึงใบสุดท้ายของเขานั่นเองค่ะ หากเจ้านกตัวเมียเป็นนกที่แข็งแรง ปกติดี ก็อาจวางไข่ได้ 5-6 ใบเลยทีเดียว



ใครคิดเลี้ยง สัตว์เลี้ยง นกค๊อกคาเทลต้องอ่าน เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

13
วิธีที่จะป้องกันและควบคุม ไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหนะของโรค นอกจากเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น และก่อให้เกิดความกังวลต่อผู้ปกครองเวลาเด็กมีไข้ บทความนี้จะบรรยายถึงโรคไข้เลือดออกในแง่การดูแลผู้ป่วยซึ่งมีหัวข้อต่อไปนี้


อุบัติการณืของโรคไข้เลือดออกยุงลาย

เมื่อ คศ 1970มีการระบาดของไข้เลือดออกเป็นครั้งคราว epidermic 9 ประเทศ ปัจจุบันไข้เลือดออก มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันไข้เลือดออก เป็นโรคประจำท้องถิ่น endemic ของประเทศมากว่า 100 ประเทศในแถบแอฟริกา อเมริกา เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific โดยมีความรุนแรงมากในแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ western pacific
ประชากรประมาณ 2500 ล้านคนในประเทศที่มีการระบาดจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้เลือดออก ประมาณว่าจะมีการติดเชื้อปีละ 50 ล้านคน และต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่า 500000 คนต่อปี อัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 2.5 แต่อาจจะสูงถึงร้อยละ 20 หากให้การรักษาอย่างดีอัตราการเสียชีวิตอาจจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ1



สาเหตุไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes aegyti ตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไ/วรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก โรคนี้ระบาดในฤดูฝน ยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน ชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่นยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว แต่ไม่ชอบวางไข่ในท่อน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง
เมื่อไรจึงจะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก




วิธีที่จะป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.com/

14
อาการปวดหัวเหมือนโลกหมุนจนคลื่นไส้อาเจียน แถมยังทำให้ลุกไปทำงานไม่ไหว สำหรับสายก๊งนักดื่มที่บอกว่าคอแข็งนักหนานั้นคงเคยผ่านอาการแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น บอกเลยแล้วกันค่ะว่าอาการ “แฮงค์” แบบนี้มันน่ากลัว เพราะนอกจากจะทำให้เราเสียการเสียงานแล้ว ยังจะทำให้รู้สึกไม่สดชื่น และมีอาการหงุดหงิดไปทั้งวันอีกด้วย ฉะนั้นอย่าปล่อยให้อาการแบบนี้อยู่กับคุณนานค่ะ วันนี้เรามีวิธีดีๆ ที่จะช่วยให้คุณหายจากอาการเมาค้างนี้ได้ด้วยอาหารเหล่านี้

1. ข้าวสวย
นอกจากข้าวสวยจะเป็นอาหารที่เราทานเข้าไปทุกวันแล้ว ประโยชน์ของข้าวสวยนั้นยังนำมาใช้ประคบที่หน้าของคุณได้อีกด้วย เพียงแค่นำข้าวสวยแช่ตู้เย็นไว้สักประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นก็นำมาใส่ผ้าขาวบาง แล้วใช้ประคบที่เปลือกตา ลองทำดูสัก 3-5 นาที นะคะ อาการแฮงค์จะค่อยๆ ทุเลาลง แล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นค่ะ
2. สตรอเบอร์รี่
ความเปรี้ยวช่วยคุณได้ค่ะ เพราะด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวของเจ้าสตรอเบอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน จะช่วยให้อาการมึนๆ งงๆ จากการเมาค้างของคุณหายไป เพียงแค่คุณคั้นน้ำสรตอเบอร์รี่สดๆ สักแก้ว เท่านี้ความสดชื่นก็แทบจะมาอยู่ตรงหน้าคุณแล้วจ้า

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกได้ที่ https://www.parpaikin.com/อาหาร/

15
 เชื่อเถอะว่าต่อให้คุณอารมณ์ดีแค่ไหน แต่เมื่อเจอเรื่องแย่ๆ เข้ามาในชีวิต ที่บางครั้งอาจจะไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร แต่ก็อาจทำให้คุณเสียศูนย์หรือน็อตหลุดไปได้เช่นกัน ซึ่งบางคนก็อาจเกิดความเครียดมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป

แต่ที่แน่ชัดก็คือ ความเครียดเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ปวดต้นคอ และปวดหลัง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การนวดจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เราได้ เพราะได้ไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัว หายเครียด และลดอาการเจ็บปวดต่างๆ ลง

ทั้งนี้ การนวดนี้เราจะใช้การนวดไทย ซึ่งสามารถนวดได้ด้วยตัวเอง และเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยต้นคอ บ่า และไหล่ อันเนื่องมาจากความเครียด แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรนวดขณะที่กำลังเป็นไข้ หรือกล้ามเนื้ออักเสบหรือเป็นโรคผิวหนัง และควรตัดเล็บให้สั้นทุกครั้งก่อนนวด

สำหรับการนวดที่ถูกวิธีคือ 1.กดโดยใช้ปลายนิ่วที่ถนัด ได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง 2.ใช้การกดและการปล่อยเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้เวลากดแต่ละครั้งประมาณ 10 วินาที และใช้เวลาปล่อยนานกว่าเวลากด 3.การกดให้ค่อยๆ เพิ่มแรงทีละน้อย และเวลาปล่อยให้ค่อยๆ ปล่อย และ 4.แต่ละจุดควรรนวดซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง

โดยจุดที่ควรนวดเพื่อคลายเครียดมีด้วยกัน 7 จัด ได้แก่

1.จุดกลางระหว่างคิ้ว ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง

2.จุดใต้หัวคิ้ว ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง

3.จุดขอบกระดูกท้ายทอย จุดกึ่งกลางใช้นิ้วหัวแม่มือกด 3-5 ครั้ง จุดสองจุดด้านข้าง ใช้วิธีประสานมือบริเวณท้ายทอยแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดจุดสองจุดพร้อมๆ กัน 3-5 ครั้ง

4.บริเวณต้นคอ ประสานมือบริเวณท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดตามแนวสองข้างของกระดูกต้นคอ โดยกดไล่จากตีนผมลงมาถึงบริเวณบ่า 3-5 ครั้ง

5.บริเวณบ่า ใช้ปลายนิ้วมือขวาบีบไหล่ซ้ายจากบ่าเข้าหาต้นคอ ใช้ปลายนิ้วมือซ้ายบีบไหล่ขวาเข้าหาต้นคอ ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง



massage เพื่อคลายเครียด เพิ่มเติมคลิ๊กทีนี่https://riwigo.com/

16
 เป็นการรวบรวมแมวสายพันธุ์ต่างๆ ที่คนไทยสนใจและนิยมเลี้ยง พร้อมทั้งบอกนิสัย ความเป็นมา ของเจ้าเหมียวแต่ละสายพันธุ์

หากพูดถึงเรื่องของน้องเหมียว เพื่อนๆ มีสายพันธุ์แมวไหนที่สนใจเป็นพิเศษกันบ้างรึยังคะ? แล้วรู้ไหมคะว่าน้องแมวที่คนไทยนิยมเลี้ยงกันนั้นมีพันธุ์อะไรบ้าง ลองมาดูความน่ารักของน้องเหมียวที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้กันดีกว่าค่ะ ว่ามีสายพันธุ์อะไรกันบ้างน้า

1.แมวเปอร์เซีย (Persian)
ถือได้ว่าเป็นแมวที่สวยงามมากในทางฝั่งตะวันออกกลาง แน่นอนเลยว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกีกับอิหร่านในปัจจุบัน เปอร์เซียถือเป็นแมวต่างประเทศสายพันธุ์แรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย จึงทำให้แมวสายพันธุ์นี้ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักแมว เพราะนอกจากจะมีหน้าตาน่าเอ็นดูแล้ว ขนฟูของเจ้าแมวเปอร์เซียนี้ยังมีสีสันที่หลากหลาย และนิสัยส่วนตัวก็แสนน่ารักอีกด้วยล่ะค่ะ แหม่…แบบนี้ใครไม่ตกหลุมรักก็บ้าแล้ว

การเลี้ยงดูแมวเปอร์เซีย
เนื่องจากลักษณะของเจ้าเปอร์เซียนั้นมีหัวและหน้ากลม หน้าผากโหนก แก้มเต็ม ดวงตากลมโต มีจมูกที่หัก พูดง่ายๆ ก็คือ สังเกตได้เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นจุดหักระหว่างจมูกกับหน้าผากได้อย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ และนอกจากหน้าตาที่น่ารักแล้ว ยังเป็นแมวที่ขี้ประจบ มีความซุกซน เข้ากับคนได้ง่าย และเป็นแมวที่มีไหวพริบมากทีเดียว จงคำนึงไว้เสมอว่า การดูแลขนของแมวเปอร์เซียนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นทำความสะอาด แปรงขนเจ้าเหมียวของเราอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ขนสวย ไม่เป็นสังกะตัง แถมยังจะช่วยไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค รวมทั้งพยาธิต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ และเป็นที่อยู่ของเห็บหมัดอีกด้วย



10 สายพันธุ์ แมว ที่คนไทยนิยมเลี้ยง เพิ่ทเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/แมว/

17
wellness อาหารเย็นลดน้ำหนัก การควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย จัดว่าเป็นหัวใจในการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ การเลือกทานอาหารมื้อเย็นให้ถูกต้อง จะช่วยทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เรามีเมนูอาหารเย็นลดน้ำหนัก ที่จะช่วยทำให้น้ำหนักตัวของคุณลดลงอย่างได้ผล ทำให้รูปร่างกระชับ ลองมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีเมนูไหนบ้าง

1.ไข่น้ำ

ไข่น้ำเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน ทำได้โดยการเจียวไข่แล้วใส่ลงไปในหม้อ ร่วมกับผักต่าง ๆ ตามที่ชอบ หากไม่อยากได้รับน้ำมันส่วนเกินจากการเจียวไข่ ให้รอน้ำเดือด แล้วตอกไข่ใส่ลงไป เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าร่างกายจะได้รับแคลอรี่ส่วนเกิน

2.ยำวุ้นเส้น

ยำวุ้นเส้นเป็นอาหารลดน้ำหนักที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำ ดีต่อสุขภาพ เป็นเมนูที่ทำได้ง่ายมีรสชาติอร่อย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังไดเอต หากทานอย่างเป็นประจำ จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

3.ต้มเลือดหมู

ต้มเลือดหมูจัดว่าเป็นอาหารลดน้ำหนักมือเย็นที่ดีอย่างหนึ่ง ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนอีกว่า มันเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ

4.ส้มตำ

ส้มตำเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย เป็นอาหารลดน้ำหนักที่ทุกคนทราบดี มีปริมาณแคลอรี่ต่ำ ความเผ็ดจากพริกที่อยู่ในส้มตำยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานให้สูงขึ้น ทำให้ไขมันลดลงได้อย่างรวดเร็ว

5.แกงส้ม

แกงส้มเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำมาก เหมาะสำหรับการทำเป็นอาหารลดน้ำหนักในมื้อเย็น หากไม่มีเวลาเข้าครัวทำเอง ก็ลองหาซื้อได้จากร้านขายกับข้าว เพียงแค่นี้ก็ทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายแล้ว

6.จับฉ่าย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเมนูลดน้ำหนัก จับฉ่ายเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะจับฉ่ายให้พลังงานเพียงแค่ 90 แคลอรี่เท่านั้น เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดในช่วงลดน้ำหนัก




wellness อาหารเย็นลดน้ำหนัก เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://riwigo.com/

18
beauty salon การไฮไลท์ผมนั้นทำให้ผมดูมีมิติ ดูสวยและเงางามยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับหน้าตาของคุณ และยังทำให้ดูอ่อนวัยและดูมีออร่าอีกด้วย การไฮไลท์ผมในร้านเสริมสวยนั้นค่อนข้างแพง แต่โชคดีที่การทำที่บ้านนั้นทั้งง่ายและถูกกว่าเป็นไหนๆ อ่านบทความนี้ซะ เพื่อที่จะได้รู้วิธีการไฮไลท์ผมให้ตัวเองราวกับช่างฝีมือ

1 เลือกสีที่ใช่. สำหรับไฮไลท์ ควรเลือกสีที่อ่อนกว่าผมจริงหนึ่งหรือสองเฉด ถ้าเลือกสีที่อ่อนเกินไปจะทำให้ผมดูปลอมและเป็นแถบๆ ถ้าคุณมีตัวเลือกในใจแล้ว ให้ซื้อกล่องที่มีโทนเนอร์มาด้วย ซึ่งมันก็คือสิ่งที่เอาไว้คอยคุมเฉดสีให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ถ้าคุณเจอยาย้อมผมแบบที่บำรุงผมและกักเก็บความชุ่มชื้น (ซึ่งจะมีบอกไว้ข้างกล่อง) จะเป็นอะไรที่ดีมาก การย้อมผมจะทำให้ผมเสีย ฉะนั้นถ้าคุณสามารถรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
หากคุณมีผมสีเข้ม ขอให้แน่ใจว่าคุณจับคู่สีธรรมชาติของผมตัวเองกับเฉดสีบนกล่องดีแล้ว นั่นจะทำให้ผมคุณติดสีได้

2. ป้องกันผิวหนังและเสื้อผ้า. ห่อผ้าขนหนูเอาไว้รอบๆ ไหล่ หรือตัดถุงพลาสติกสำหรับใส่ขยะแล้วสวมหัวเข้าไป สวมถุงมือที่แถมมากับชุดอุปกรณ์เพื่อป้องกันมือของคุณจากน้ำยาฟอกผม และป้องกันห้องน้ำให้ดี เพราะห้องน้ำที่เปื้อนไปด้วยสีย้อมผมคงไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการสักเท่าไร
ทาวาสลีน (ปิโตรเลียมเจล) บริเวณไรผมหากคุณต้องการ เพื่อที่จะได้ย้อมไม่โดนหูและคอของคุณ ระวังอย่าไปทาบริเวณโคนผมก็พอ

3. ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้. ชุดไฮไลท์ผมส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ดูยุ่งยากหากคุณเป็นมือใหม่ หากคุณมีเวลา ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้พร้อมกับครีมนวดผมของคุณเพื่อฝึกมือก่อน คุณจะเห็นว่าบางครั้งมันก็จะออกมาด่างๆ ดวงๆ หรือติดเป็นก้อนๆ เมื่อคุณยังไม่คุ้นชินกับมันดี
ถ้ามันใหญ่เกินไป (ซึ่งมักจะเป็นแบบนั้น) ให้ซื้อแปรงสีฟันสำหรับเด็กมาแล้วใช้มันแทน บางครั้งแปรงที่ได้มาก็ใหญ่เกินไปที่จะทำไฮไลท์ผมเป็นริ้วๆ ซึ่งก็ไม่น่าพอใจนัก

4. อ่านข้างกล่องให้ดี. ควรอ่านคำแนะนำข้างกล่อง คำแนะนำเหล่านี้มีมานานแล้ว รวมถึงเคยผ่านการแก้ไขและเชื่อถือได้ ฉะนั้นอ่านซะ อ่านแล้วอ่านอีกให้มั่นใจไปเลย!
อย่าใส่หมวกที่เอาไว้ทำไฮไลท์ผมขณะที่ไฮไลท์ผมเด็ดขาด ยิ่งถ้าคุณมีผมที่ยาวและหนาแล้วล่ะก็ หมวกจะทำให้ทุกอย่างยุ่งยากไปกว่าเดิม หากคุณกังวลว่าจะเผลอไปย้อมส่วนที่ไม่ต้องการย้อมเข้า ให้ใช้สำลีก้อน/สำลีแผ่น หรือทิชชู่รองเอาไว้ใต้ส่วนที่คุณป้ายสีไฮไลท์เสร็จแล้วแทน

ย้อมสีผม

1. เตรียมน้ำยาฟอกสีผม. ทำตามขั้นตอนข้างกล่องอุปกรณ์เพื่อที่จะได้รู้ว่าต้องผสมน้ำยาอย่างไร ไม่ต้องกลัวว่ามันออกมาเป็นสีขาว, ฟ้า หรือม่วง เพราะนั่นมันเป็นเรื่องปกติ
ผสมน้ำยาฟอกสีผมลงในชามเล็กๆ เพื่อที่จะได้จุ่มแปรงลงไปได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าต้องเป็นชามที่คุณไม่ต้องการที่จะใช้มันอีกครั้ง

2. แบ่งผมออกเป็นสี่ส่วน. เป็นอย่างน้อย ถ้าหากคุณอยากแบ่งสัก 12 ส่วนก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไร ใช้กิ๊บติดผมหรือยางรัดผมเก็บผมเอาไว้ คุณคงไม่อยากให้ผมที่ย้อมสีแล้วไปปนกับผมที่คุณยังไม่ได้จัดการอะไรมันหรอกนะ
หากคุณมีเวลา ให้ลองทดสอบกับปอยผมสักเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเลือกเฉดสีมาถูกแล้ว และจะได้เป็นตัวช่วยตัดสินใจว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรในการฟอกสีผม มันจะช่วยให้ไม่เกิดหายนะขึ้นได้


beauty salon การไฮไลท์ผมนั้นทำให้ผมดูมีมิติ เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://riwigo.com/

19
ผิวสวยด้วย คอนลาเจนวุฒิศักดิ์ วงจรการผลัดเซลล์ผิว (skin cell turnover) ของร่างกายมีระยะเวลา 16-21 วันในแต่ละช่วง การผลัดเซลล์ผิวจะเกิดขึ้นบริเวณส่วนบนสุดของผิวหนังชั้นกำพร้า (epidermis) ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นนอกสุดของร่างกาย

เราเรียกเซลล์ที่หลุดลอกนี้ว่า “ขี้ไคล” หรือชื่อในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “สเตรตัม คลอเนียม” มีลักษณะซ้อนทับกัน 15-20 ชั้น และมีเคราตินเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้ผิว และทำให้ผิวยืดหยุ่น สามารถจัดเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้

ชั้นผิวหนังจะหนาหรือบางจึงขึ้นอยู่กับชั้นของเคราตินนี้ด้วย เซลล์สเตรตัม คลอเนียม ซึ่งต่อไปเราจะเรียกในชื่อสามัญว่า “ขี้ไคล”นี้ จะยึดติดกันด้วย “คอร์นีโอเดสโมโซม” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเซลล์ไม่ให้หลุดออกจากกัน เมื่อผิวครบวงจรการผลัดเซลล์ผิว หรือได้รับความเสื่อมสภาพจากปัจจัยเร่งเร้าภายนอก อาทิ แสงแดด การอักเสบของผิว ควันบุหรี่ สารเคมี หรือมลพิษ ฯลฯ ร่างกายจะผลิตเอนไซม์ช่วยในการทำลายสะพานเชื่อมเซลล์นี้ และส่งผลให้มีการหลุดลอกของเซลล์ในลำดับต่อไป ในปัจจุบันเราจะพบว่าสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษนั้น ส่งผลให้เซลล์มีการหลุดลอกช้าลง โดยผู้ที่มีสภาพผิวมันจะเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหานี้เป็นหลัก เนื่องจากน้ำมันบนผิวหน้าจะส่งผลให้เซลล์ผิวเหล่านี้เกาะกันแน่นจนเกินไป หรือแม้แต่อายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวช้าลงเช่นกันได้เช่นกัน

ปัญหาผิวหน้าลอกจากการที่เซลล์ผิวผลัดเซลล์ผิวไม่สม่ำเสมอ
ทำให้ผิวอาจเกิดภาวะแห้งกร้านจากสภาวะแวดล้อมภายนอก และหลุดลอกออกบางส่วน โดยการหลุดลอกนี้อาจนำมาซึ่งอาการแทรกซ้อน เช่น อาการคัน และเชื้อราได้ และการผลัดเซลล์ผิวที่ไม่สม่ำเสมอนี้เองทำให้การบำรุงผิวจะไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจาก ครีม/เซรั่มที่ทาลงบนผิวนั้นจะถูกยึดติดอยู่บริเวณผิวที่เสื่อมสภาพก่อน ไม่สามารถซึมได้ถึงผิวชั้นใน บางครั้งเราจึงสงสัยว่าครีมบำรุงผิวที่เราใช้นั้น จึงไม่สามารถแก้ปัญหา/ตอบโจทย์บนใบหน้าของเราได้เลย

โดยปัญหาที่เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลงจะเกิดผลเสียดังนี้

ใบหน้าหมองคล้ำ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปรากฏจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้สภาพรวมบนใบหน้าเหมือนคนสูงวัย เนื่องจากเซลล์ผิวที่หมดอายุแล้วตกค้างสะสมบนใบหน้า จึงทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ชะลอตัวลง




ผิวสวยด้วย คอนลาเจนวุฒิศักดิ์  ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.beautysanta.com/คอลลาเจนวุฒิศักดิ์/

20
แมว พัลลัส (Pallas) น้องเหมียวที่ขนนุ่มที่สุด! พัลลัส (Pallas) เจ้าแมวที่มีหน้าตากวนโอ้ย ตัวอ้วน ขนนุ่มฟู ว่ากันว่ามันเป็นแมวที่หายาก และขนนุ่มที่สุดอีกด้วยนะเจ้าทาส

แมวเหมียวขนฟูที่เราเลี้ยงดูกันอยู่ ทุกวันนี้ก็มีความน่ารักกวนโอ้ยเล็กๆ ปนอินดี้หน่อยๆ อยู่ในตัวไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว ซึ่งในวันนี้เรามีเจ้าแมวหน้าตากวนโอ้ยไม่แพ้กับแมวที่เราเลี้ยงที่บ้านมานำเสนอค่ะ เจ้าตัวอ้วนขนนุ่มฟูที่ว่านี้ก็คือ พัลลัส (Pallas) แมวอ้วนที่ว่ากันว่าเป็นแมวหายาก และขนนุ่มที่สุด จะรอช้ากันอยู่ทำไม ไปทำความรู้จักกับเจ้าอ้วนตัวนี้กันเลยดีกว่าจ้า

เจ้าแมวพัลลัส (Pallas) ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ โดยทั่วไปแล้วขนาดของมันก็ไม่ต่างอะไรกับแมวบ้านที่เราเลี้ยงกันสักเท่าไหร่ค่ะ น้ำหนักตัวจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 – 4.5 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าพัลลัสนั้นเป็นแมวที่รักความสันโดษเป็นอย่างมาก พวกมันมักอาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่ค่อยชอบปรากฏตัวให้ใครพบเห็นมากนัก ถึงแม้ว่ารูปร่างภายนอกจะดูเหมือนกับว่ามันตัวใหญ่กว่าแมวปกติทั่วไป แต่ความจริงคือมันมีขนฟูหนาปกคลุมไปทั่วร่างกายนั่นเองค่ะ แน่นอนว่าขนของเจ้าพัลลัสนี้มีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว เพราะช่วยปกป้องมันจากอาการบาดเจ็บในเวลาต่อสู้ได้ด้วย ว้าว ว ว ถือว่าความปุกปุยนี้มีประโยชน์มากนะเนี่ย เยี่ยมไปเลยเจ้าอ้วนนนนนน

เราสามารถพบเจ้าพัลลัสนี้ได้ในประเทศอิหร่าน และส่วนหนึ่งของทางทิศตะวันตกในประเทศจีน ซึ่งในปี ค.ศ.2002 สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ยกให้เจ้าแมวพัลลัสนี้เป็นสัตว์อีกชนิดที่เกือบอยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อีกด้วยนะ

นิสัยของแมวพัลลัส

เป็นแมวที่มีความอินดี้พอสมควร มีหัวกลม หน้าแบน ตัวเตี้ยล่ำ ขาสั้น ชอบอาศัยอยู่ตามลำพัง และโดดเดี่ยว ซึ่งตัวผู้และตัวเมียจะได้เจอกันแค่ในช่วงผสมพันธุ์เท่านั้น แถมยังเป็นเพียงระยะเวลาที่แสนจะสั้นซะเหลือเกิน ส่วนฤดูผสมพันธุ์คือช่วง ม.ค.-มี.ค. หู้ยยยย ให้เวลาอ้วนอยู่ด้วยกันแค่ 3 เดือน เองหรอ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะหลังจาก 3 เดือน เจ้าตัวอ้วนขนปุยพวกนี้ก็จะมีลูกตัวเล็กๆ เป็นของตัวเอง ถือว่าหยวนๆ แล้วกัน




แมว พัลลัส (Pallas) น้องเหมียวที่ขนนุ่มที่สุด อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/แมว/

หน้า: [1] 2
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คลับแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการ โปรโมชั่น ประกันภัย อุปกรณ์แต่งรถ บริการหลังขาย